Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

การจัดการศึกษาและปรึกษาทางไกล
เพื่อสนับสนุนบริการเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการสุขภาพปฐมภูมิ
Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

Select language ไทย | English

เรื่องเด่น รพช.

โรงพยาบาลแม่สรวย จังหวัดเชียงราย หัวใจอยู่ที่งานสร้างสุขในชุมชน

by Admin @January,11 2011 22.30 ( IP : 61...130 ) | Tags : เรื่องเด่น รพช.

โรงพยาบาลแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

หัวใจอยู่ที่งานสร้างสุขในชุมชน

นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

ลงเผยแพร่ในวารสารโรงพยาบาลชุมชน ฉบับกันยายน-ตุลาคม 2552

ในคอลัมน์เรื่องเด่นประจำฉบับ

อำเภอแม่สรวย อำเภอที่มักมีคนอ่านหรือเรียกผิดอยู่บ่อยๆ ว่าแม่สะ-หรวยหรือแม่สะ-รวย ทั้งที่จริงแล้วคำนี้อ่านว่า แม่ - สวย เป็นการอ่านแบบอักษรควบไม่แท้เหมือนคำว่าสร้างและเสริม

โรงพยาบาลแม่สรวยเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ตั้งตระหง่านเป็นที่พึ่งของคนอำเภอแม่สรวย กว่า 80,000 คน สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ .2525 คือเมื่อ 27 ปีที่แล้ว และมี มีพื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่ เปิดให้บริการเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 10 เตียงในปี พ.ศ.2526 และขยายเป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียงตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2535 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน มีนายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ซึ่งอยู่โรงพยาบาลข้างเคียงมาทำหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สรวย เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่มีความมุ่งมั่นที่จะนำพาโรงพยาบาลแม่สรวยให้บรรลุวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลที่ว่า “มุ่งสู่การเป็นผู้นำเครือข่ายสร้างสุขภาพชุมชนชั้นนำในจังหวัดเชียงราย ภายในปี 2555 ”

ปัจจุบันมีผู้ป่วยนอกเฉลี่ยมากกว่าวันละ 300 ราย มีผู้รับบริการทั้งพื้นราบและชนเผ่า และต้องใช้หลายภาษาในการสื่อสารกัน มีแพทย์ประจำเพียง 2 คน แต่ด้วยความพร้อมและความตั้งใจของทีมงานที่มีความสามัคคีเป็นทีมสหวิชาชีพ และล้วนมีจิตสำนึกในการสร้างโรงพยาบาลชุมชนให้เป็นโรงพยาบาลที่เน้นงานเชิงรุก การเข้าไปสร้างสุขในชุมชนควบคู่กับการตั้งรับในโรงพยาบาล จึงสามารถสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับคนแม่สรวยได้อย่างน่าชื่นชมในท่ามกลางข้อจำกัดของบุคลากร

รู้จักอำเภอแม่สรวย

อำเภอแม่สรวยอยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงรายประมาณ 50 กิโลเมตรมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ การเดินทางมาที่นี่ หากเดินทางด้วยรถยนต์โดยใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-เชียงรายหรือทางหลวงหมายเลข118 จะผ่านไหล่เขาอันคดเคี้ยวของเทือกเขาผีปันน้ำ สู่พื้นราบที่โอบกอดด้วยภูเขาและป่าไม้ เพราะทางทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับภูเขาที่มีชื่อเรียกว่าดอยช้าง ซึ่งเป็นสถานที่ปลูกกาแฟสดรสดี แถมมีซากุระเมืองไทยที่มีสีแสนหวานปลูกอยู่เป็นจำนวนมาก ทิศตะวันออกและใต้มีอาณาเขตติดกับเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ส่วนทางทิศตะวันตกนั้นมีอาณาเขตติดกับเขตอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา จากที่ได้รับการโอบกอดด้วยภูเขานี้ทำให้ฤดูกาลที่นี่ มีอากาศหนาวเย็นจัดในฤดูหนาว เย็นสบายๆในฤดูฝน และค่อนข้างร้อนในฤดูร้อน

อำเภอแม่สรวยประกอบด้วย 7 ตำบล 128 หมู่บ้าน มีพื้นที่ทั้งหมด 892,882 ไร่ ร้อยละ 90 เป็นภูเขา ที่เหลือร้อยละ 9.5 เป็นพื้นราบและร้อยละ 0.5 เป็นพื้นน้ำ มีประชากร 83,054 คน ครึ่งหนึ่งเป็นคนพื้นเมือง อีกครึ่งหนึ่งเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆที่หลากหลาย ได้แก่อาข่า (อีก้อ) ลาหู่ (มูเซอ) ลีซอ (ลีซู) เมี่ยน (เย้า) กระเหรี่ยง ไทยใหญ่ ไทยลื้อ จีนฮ่อ และม้ง คนแม่สรวยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายหินยาน ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์และอิสลาม การประกอบอาชีพส่วนมากทำการเกษตร ทำนา ทำไร่ทำสวนไม่ว่าจะปลูกพืชอาหารคน หรืออาหารสัตว์เช่น ขิง ข้าวโพด มะเขือเทศ และกะหล่ำปลี เป็นต้น ผลไม้ก็เช่น ลำไย ส้ม องุ่นไร้เมล็ดและพุทรานมสด เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งปลูกพืชและไม้ผลเมืองหนาวพันธ์ดีไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ และพลับ

อำเภอนี้มีแม่น้ำที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยง 2 สายไหลผ่านคือแม่น้ำลาว ( หรือแม่ลาวเลือด แม่น้ำในนวนิยายขึ้นชื่อของพล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร) และ น้ำแม่สรวย ซึ่งที่มาของชื่อนี้เกิดจากแม่น้ำที่ไหลผ่านพื้นที่นี้ เดิมผู้คนที่ผ่านไปมาแวะพักแล้วใช้แม่น้ำสายนี้ในการชำระล้าง จึงชื่อว่า “แม่ซ่วย” ซึ่งคำว่าซ่วย ภาษาเหนือแปลว่าชำระล้าง เช่น ซ่วยหน้า=ล้างหน้าซ่วยมือ=ล้างมือ)

เมื่อมาเที่ยวที่อำเภอแม่สรวย ท่านจะได้รับอรรถรสในการชมทะเลหมอก ดอกซากุระบาน ควบคู่ไปกับการชิมชาอู่หลงและกาแฟอาราบิกาที่เลื่องชื่อของดอยช้าง ดอยวาวี หรือแม้กระทั่งดอยแม่น้ำขุ่น อุทยานแห่งชาติดอยหลวง หรือไม่ก็แวะชมความสวยงามของเขื่อนแม่สรวยพร้อมชิมปลาเขื่อนที่สดใหม่ เป็นการตบรางวัลแก่ชีวิตได้เป็นอย่างดีสำหรับอำเภอแม่สรวย อำเภอเล็กๆ ....ทางผ่านที่ท่านพึงแวะทักทาย

สร้างสุขผู้สูงอายุ จุดเปลี่ยนโรงพยาบาลแม่สรวย

ย้อนอดีตเมื่อ 9 ปีก่อน ปีพ.ศ.2543 งานสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในเขตตำบลแม่พริกได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้ากลุ่มการพยาบาล..คุณศุภลักษณ์ อิ่นแก้ว ให้พยาบาลในฝ่ายได้แก่ คุณจิตรลดา สมรัตน์ และคุณวันเพ็ญ บุญล้วนได้มีโอกาสลงไปทำงานนี้ เพราะทุกคนเล็งเห็นปัญหาจากการทำงาน ที่พบว่ามีผู้ป่วยสูงอายุเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ การเจ็บป่วยมักมารับบริการด้วยโรคที่ป้องกันได้ เมื่อท่านเจ็บป่วยการมาโรงพยาบาลก็ลำบากเพราะบางคนมาเองไม่ได้แถมยังไม่มีคนพามาอีก การที่เราออกไปส่งเสริมสุขภาพให้พ่ออุ้ย - แม่อุ้ยให้มีสุขภาพแข็งแรง ก็น่าจะช่วยลดการมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็นของพ่ออุ้ย – แม่อุ้ยลงได้ เพราะตระหนักดีว่าการสร้างเสริมสุขภาพนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงแรกที่ทีมงานได้ลงชุมชน เราได้ใช้กระบวนการ การค้นหาและแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนโดยชุมชนเอง ทีมงานได้จัดกระบวนการนี้ใน 3 หมู่บ้านนำร่อง พบว่าปัญหาด้านสุขภาพเป็นปัญหารองจากปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นปัญหาลำดับแรกอย่างที่พวกเราคิด แต่ชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุก็สนใจและต้องการให้ทีมงานได้เข้ามาดูแลส่งเสริมสุขภาพ โดยกลุ่มผู้สูงอายุได้นัดหมายสถานที่ในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นศาลาวัด ใต้ถุนกุฏิในวัด จากการเข้าร่วมกิจกรรม เจ้าหน้าที่เกิดการเรียนรู้มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริบทชุมชน ปฏิทินชุมชน วิถีชีวิตของผู้สูงอายุ ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ตำนานต่างๆที่เชื่อมร้อยเกิดเป็นชุมชนตำบลแม่พริก ที่หาอ่านได้ยากจากตำราเล่มใดเล่มหนึ่ง และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับพ่ออุ้ย-แม่อุ้ยที่รักเราเหมือนลูกหลาน หลังจากที่เราร่วมกิจกรรมไม่นาน ผู้สูงอายุก็เริ่มเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุหมู่ 1 บ้านแม่พริก ที่ร่วมกันหางบประมาณมาสร้างศูนย์ในการจัดกิจกรรมกลุ่มผู้สูงอายุ ตามด้วยหมู่ 2 บ้านหัวทุ่งสามารถสร้างสถานที่จนกลายมาเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน เป็นสถานที่จัดกิจกรรมของกลุ่มผู้พิการและกลุ่มผู้ติดเชื้อของตำบล และทางหมู่บ้านยังใช้จัดประชุมต่างๆภายในหมู่บ้านร่วมด้วย

ในการออกไปทำกิจกรรมแต่ละครั้ง ทำให้เราเกิดการเรียนรู้ว่า เราไม่ได้เป็นผู้ให้แก่ผู้สูงอายุ แต่เราไปเรียนรู้ร่วมกับท่าน ไปอย่างลูกอย่างหลาน ไปแบ่งปันความสุข ไม่มีใครเป็นเพียงแต่ผู้ให้ และก็เช่นเดียวกันก็ไม่มีใครเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียว แรกๆ เราลงไปจัดกิจกรรมใน 3 หมู่บ้านที่สนใจก่อน สนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีความรู้ ความเข้าใจใน การดูแลตนเอง การกิน การอยู่ และป้องกันโรค หลังจากนั้นกระแสชุมชนทำให้เรามีกิจกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในทุกหมู่บ้าน โดยทีมงานได้เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มเดือนละ 1 ครั้ง ปัจจุบันมีกลุ่มผู้สูงอายุครอบคลุมทุกหมู่บ้าน โดยทีมงานก็จะแบ่งกันเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุแต่ละกลุ่ม

จากการทำกิจกรรมเราพบว่าการทำงานนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากทุกภาคส่วน เพราะเรารู้ว่า “ต้นไม้เพียงต้นเดียว ไม่สามารถสร้างป่าฝนได้” ดังนั้นจึงเกิดการชักชวนทีมสหสาขาวิชาชีพที่สนใจและเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันทำกิจกรรมเช่น กิจกรรมในส่วนกายภาพบำบัด การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก เราก็มีทีมที่เข้ามาช่วยนำโดยพี่ชื่นกมล นาคประเสริฐ เรื่องเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรพื้นบ้านทดแทนยาก็ได้ โดยเภสัชกรอิ่นแก้ว สิงห์แก้ว เข้ามามีส่วนร่วม ส่วนเรื่องสุขภาพในช่องปาก ทันตแพทย์หญิงปัทมา กิตติกุศล ก็เข้ามาร่วมดูแล และหากพบผู้สูงอายุมีปัญหาด้านสุขภาพจิต เราจะประสานให้เข้าพบคุณสุพรรณ ไชยวรรณะ พยาบาลจิตเวชประจำงานสุขภาพจิต ส่วนพยาบาลทีมดูแลผู้สูงอายุที่มาจากกลุ่มการพยาบาลอีก 4 คน คุณเพ็ญจันทร์ พานแก้ว พยาบาลจากหน่วยสุขภาพปฐมภูมิ และคุณกัลยา สังวาลทอง ับยา งานเภสัชกรชุมชนโดยเภสัชกร.นจากกลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน จะรับผิดชอบงานสร้างเสริมสุขภาพทั้งหมด โดยมีกลุ่มการพยาบาลเป็นผู้ประสานงานของทีม ซึ่งกิจกรรมจะเป็นการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุเพื่อคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคทางกายและทางจิต โดยโรคทางกายจะคัดกรองโรคเรื้อรังและภาวะโรคชรา ( geriatric syndrome ) ของผู้สูงอายุ กายภาพบำบัดคัดกรองความเสี่ยงต่อการหกล้มโดยประเมินความยืดหยุ่น การทรงท่า สมรรถภาพของปอด นอกจากนี้มีการประเมินภาวะสุขภาพฟัน ประเมินการใช้ยา ส่วนโรคทางจิตเวชเน้นการคัดกรองภาวะซึมเศร้า ภาวะฆ่าตัวตาย กิจกรรมที่ให้จะเป็นการดูแลส่งเสริม 3 ระดับ ทั้งการป้องกันในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ ในส่วนของแพทย์ นอกจากเป็นที่ปรึกษาหลักแล้ว ยังได้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพพ่ออุ้ย-แม่อุ้ยในยามที่เราตรวจสุขภาพประจำปีแล้ว พบปัญหาสุขภาพก็จะส่งปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาล

บรรยากาศสบายๆ...ในวันพบปะวางแผนของ น้องจิตรลดา ,วันเพ็ญ ,ประเสริฐ เลิศย่างขจร

ทีมสหสาขาวิชาชีพ..มีเภสัชกรอิ่นแก้วและหมอฟัน ...แพทย์แผนไทยและทีมงาน เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน ปัทมารวมอยู่ด้วย (แถวนั่งลำดับที่2 ,3 จากซ้ายมือ) จากผู้สูงอายุหมู่ 9 ...ส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ชุมชน

สร้างเครือข่ายผู้สูงอายุระดับตำบล

ปลายปีพ.ศ. 2546-2548 กลุ่มผู้สูงอายุเริ่มมีการไปเยี่ยมเยือนกันและกันเรียกว่า ภาคีสัญจรผู้สูงอายุตำบลแม่พริก ต่อมามีผู้พิการร่วมด้วยและหมุนเวียนไปทุกหมู่บ้าน เพื่อรณรงค์ให้ชุมชนรับรู้รับทราบในกิจกรรมของกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ รับรู้ถึงภูมิปัญญา บทบาทในการถ่ายทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรมประเพณีตลอดจนการละเล่นพื้นบ้าน จุดประกายการเกิดความรู้สึกยอมรับ ให้คุณค่าตระหนักในบทบาทการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการแก่ครอบครัวและชุมชน

ในปีพ.ศ.2549 ชุมชนเริ่มมีการขับเคลื่อนในรูปของเครือข่ายสร้างสุขภาพตำบลแม่พริก เกิดการรณรงค์เพื่อสร้างสุขภาวะของผู้สูงอายุควบคู่ไปกับสุขภาวะของชุมชน ผ่านงานภาคีชุมชนตำบลแม่พริก โดยแกนนำชุมชนมีบทบาทหลักในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จนสามารถของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่พริกด้วยตนเอง เจ้าภาพที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันจัดงานต่างกระตือรือร้นที่จะจัดงานให้เป็นหน้าเป็นตาของหมู่บ้าน โดยความร่วมมือจากทุกกลุ่มภายในหมู่บ้าน ช่วยกันสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆภายในงาน ตั้งแต่ตกแต่งสถานที่ กิจกรรมการแสดงบนเวทีที่มาจากทุกกลุ่มในตำบล เช่น กลุ่มเยาวชน กลุ่มแม่บ้าน พ่อบ้าน กลุ่มแกนนำ และกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องรวมกันซ้อมการแสดงก่อนออกงาน ในงานก็มีการนำผลิตภัณฑ์ในหมู่บ้านมาจำหน่าย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พ่ออุ้ยแม่อุ้ยหลายคนที่ได้ไปเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ของหมู่บ้านอื่น กลับไปก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้ดียิ่งขึ้น “ ครั้งหน้าจะได้มาโชว์ใหม่ ” พ่ออุ้ยบอกกับเราอย่างนั้น ตอนนี้มีการจัดกิจกรรมที่เป็นการรื้อฟื้นวิถีชีวิต การละเล่นโบราณ มาประยุกต์เป็นเกมส์ เล่นภายในงานวันนั้นด้วย เช่น เกมส์แข่งกันทำข้าวต้มหัวหงอก ของคนสามวัย เกมส์สาวไหม เพื่อเชื่อมความสามัคคีลดช่องว่างระหว่างวัย เป็นต้น สร้างรอยยิ้มปนหัวเราะเป็นที่ประทับใจของผู้ที่มาร่วมงานทุกครั้งไป จากภาคีชุมชนดังกล่าว เป็นที่มาของการขยายไปสู่การศึกษาวิถีชุมชนของทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งเริ่มต้นที่หมู่ 9 บ้านปางอ้อย เพื่อทำความเข้าใจชุมชนอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การกำหนดบทบาทของทีมให้เป็นเพียงวิทยากรกระบวนการและคอยกระตุ้นให้ชุมชนจัดการกับปัญหาด้วยตนเอง เนื่องเพราะทีมเล็งเห็นว่าปัญหาผู้สูงอายุ...ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการจำกัดวงแค่ผู้สูงอายุเท่านั้น

อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ....กลไกสำคัญเชื่อมร้อยสุขภาพ

อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ หรือที่ผู้สูงอายุตำบลแม่พริกเรียกง่ายๆติดปากว่า “อาสา” หรือ อผส. เกิดจากแนวคิดที่ว่าทีมงานของโรงพยาบาลมาทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มผู้สูงอายุได้เพียงเดือนละ 1 วัน แล้วใครจะช่วยเฝ้าระวังดูแลผู้สูงอายุในวันที่เหลือ และยังพบว่ามีผู้สูงอายุส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้หรือช่วยเหลือตนเองได้น้อย ใครจะช่วยดูแลร่วมกับครอบครัว ดังนั้นกลุ่มผู้สูงอายุจึงได้เสาะหาผู้ที่มีจิตอาสามาช่วยดูแล ซึ่งหาได้ง่ายๆ จากตัวผู้สูงอายุเองที่สนใจลูกหลานของผู้สูงอายุ ครอบครัวผู้สูงอายุหรือแม้กระทั่งอสม.หรือคนทั่วไปที่มีจิตอาสาเข้ามาร่วมเป็นอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ อาสาเข้าไปดูแลผู้สูงอายุที่ด้อยโอกาสเช่น ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพเจ็บป่วยเรื้อรัง มีปัญหาด้านความเป็นอยู่ ช่วยเหลือตนเองได้น้อยหรือไม่ได้เลย รวมทั้งผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปที่บ้าน โดยทางกลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุได้มีข้อตกลงกันว่า จะเข้าเยี่ยมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือแล้วแต่ลักษณะปัญหาของผู้สูงอายุที่เข้าเยี่ยม

ในช่วงแรกการรวมกลุ่มของอาสาสมัครฯ ยังลุ่มๆดอนๆ แต่เราได้ อบต.แม่พริกที่ช่วยสนับสนุนงบประมาณ ในการดำเนินงานของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ และทางกลุ่มได้มีโอกาสไปเยี่ยมดูงานโครงการอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูแลอยู่ที่อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ทำให้ทางกลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุได้เห็นรูปแบบการทำงานที่มีความชัดเจนมากขึ้น และได้นำมาปรึกษาหารือร่วมกับแกนนำชุมชนเพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุในตำบลแม่พริก จะได้มีเครือข่ายนอกพื้นที่ด้วย และแสดงความจำนงขอเข้าร่วมโครงการ กับคุณรัตนา จิตวงพงษ์ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2551 ทางกลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุจึงได้รับการประสานงานจากคุณรัตนาให้เข้าร่วมเป็นพื้นที่โครงการอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเพิ่มเติมจากพื้นที่เดิม

รายการตามไปวัด..แม้ผู้สูงอายุจะถูกปิดล็อกประตู ทีม อผส.นำโดยแม่เรือนแก้ว สารมิตรลุยเยี่ยมบ้าน

ออกมาไม่ได้..อผส.ก็จะตามไปวัดจนถึงที่ ยังความ ผู้สูงอายุที่ซับซ้อน..ช่วยเหลือตนเองได้น้อย และมี

ปลาบปลื้มใจแก่ผู้สูงอายุ..จนอดที่จะยิ้มไม่ได้... น้องแจ่มจันทร์ แก้วข้าว นักกายภาพบำบัด ภาพเป็นข่าวจากทีม อผส.ใจเพชรของหมู่ 1 ร่วมเยี่ยมด้วย

ปัจจุบันตำบลแม่พริกมีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ 37 คน ดูแลผู้สูงอายุครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ทางกลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุทั้งตำบลจะพบเจอกันเดือนละ 1 ครั้ง เป็นการประชุมที่สัญจรไปทุกหมู่บ้าน ร่วมกับทีมงานโรงพยาบาลและคุณรัตนา โดยช่วงเช้าเป็นการแจ้งข่าวสารต่างๆ เล่าประสบการณ์ พูดคุยถึงปัญหา ภาคบ่ายจะเป็นการร่วมเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่มีปัญหาซับซ้อน ช่วยกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุที่เข้าเยี่ยม หรือประสานงานกับส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมดูแล ดังนั้น นอกเหนือจากกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุทุกหมู่บ้าน ทีมงานยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกิจกรรมของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ และช่วยเติมเต็มในเรื่องความรู้ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้แก่กลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุอีกด้วย

น้องอ้อ..พัชรี ถายะ, น้องเก๋ ..เครือวัลย์ กาวิลและ น้องน้อย..สุพรรณ ไชยวรรณะ..พยาบาลจิตเวช

น้องรัตติกาล พิยศ ขณะขะมักเขม้นสอนวิธีการ กำลังให้ความรู้แก่ อผส.เกี่ยวกับภาวะสุขภาพจิต

ทำแผลแก่ อผส.ในการอบรมฟื้นฟูที่จัดขึ้นทุกปี และการคัดกรองผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง

อผส.รุมล้อมน้องนิต..พัฒน์นรี ดวงขาว รำเข้าไปเถิดหนา....ปรีดา ต๋าคำ และนิภา ปานะ

ที่กำลังสอนวัดความดันโลหิต นำผู้สูงอายุร้องรำทำเพลงแนะนำการดูแลสุขภาพ

ในการอบรมฟื้นฟูที่มีขึ้นทุกปี เบื้องต้น..อีกบทบาทหนึ่งของอผส.ในกิจกรรม

ประจำเดือนของหมู่ 1 บ้านแม่พริก

ประธานอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ....แม่สมจิตร สิงห์คำ เล่าให้ฟังถึงความรู้สึกในการทำงานว่า “ดีใจที่ได้เข้ามาทำงานดูแลผู้สูงอายุ การไปเยี่ยมผู้สูงอายุเสมือนกับการไปทำบุญ เมื่อได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุให้เป็นประธานอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุเมื่อปี 2550 ถึงแม้การทำงานในช่วงแรกอาจจะยังไม่เข้าร่องเข้ารอยอุปสรรคก็มีบ้าง บางอย่างต้องใช้ความอดทน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะมีเพื่อนๆทีมงานที่เข้มแข็ง มีที่ปรึกษาจากหมอๆและหน่วยงานภาครัฐ มีผู้สูงอายุที่ไปเยี่ยมบ้านเป็นกำลังใจที่จะทำงานต่อไปเรื่อยๆ จนชีวิตจะหาไม่ รู้ว่าตัวเองยังมีคุณค่าต่อสังคม”

ส่วนพ่อใย สุภาวะ ประธานกองทุนสวัสดิการวันละบาท เล่าให้ฟังถึงความรู้สึกในการทำงานว่า “เมื่อได้เข้ามาทำงานเป็นอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ นอกจากการทำหน้าที่ของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ยังได้รับหน้าที่เป็นประธานกองทุนสวัสดิการวันละบาท ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าได้ช่วยเหลือสังคมผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มผู้สูงอายุ มีโอกาสพัฒนาตนเองจากการไปดูงานและจากการเข้ารับการอบรม จะได้นำความรู้มาสร้างประโยชน์ ให้คนในชุมชนรู้จักการออมเงิน สร้างสวัสดิการต่างๆ จากการออมเงินวันละบาท เพื่อให้ชุมชนตำบลแม่พริกเข้มแข็งขึ้น”

คุณรัตนา จิตวงพงษ์.(เสื้อชมพูติดโต๊ะ)จากพมจ.เชียงราย แกนนำ อผส. (ซ้ายไปขวา เมฆ ปิงใจ แม่สมจิตร ขณะร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของอผส.ที่มีทุกเดือน พ่อใย) และธนชัย ฟูเฟื่อง..จากสภาองค์กรชุมชน..

ขณะหารือกันเรื่องกองทุนวันละบาทของอผส.

งานสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเป็นงานที่ทำร่วมกับชุมชน มีความต่อเนื่องไปเรื่อยๆตามวิถีของชุมชน ทีมงานมีความภาคภูมิใจในงานที่ทำอยู่ ทำแล้วมีความสุข เห็นพลังชุมชนที่ขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กับเราที่จะต้องเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

กิจกรรมประจำใจของชาวแม่สรวย

ถ้ามีใครถามว่า แต่ละครั้งของการปฏิบัติงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่ออกไปทำงานเขาทำอะไรบ้าง ก็คงพอจะเล่าให้ฟังได้ว่า พยาบาลที่ออกปฏิบัติงานจะนัดกลุ่มผู้สูงอายุเดือนละ 1 ครั้ง แต่ละเดือนมีผู้สูงอายุมาเข้าร่วมกิจกรรม เฉลี่ยเดือนละ 30-40 คน โดยจะมีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุมาร่วมกิจกรรมด้วย แต่จำนวนอาสาสมัครที่มาขึ้นอยู่กับเวลาว่างของแต่ละคน เพื่อให้ท่านนึกภาพการทำงานออก จะเล่าถึงการไปปฏิบัติงาน ที่หมู่ 1 บ้านแม่พริก ตำบลแม่พริกในเดือนที่ผ่านมาให้ฟัง

ก่อนจะเข้าไปชุมชนด้วยกัน อยากขอทุกท่านลองนึกภาพถึงการทำงานแบบตั้งรับในตึกผู้ป่วยในหรือแม้แต่จุดอื่นในโรงพยาบาล ถ้าท่านขึ้นไปทำงาน ส่วนมากจะเห็นสภาพที่เหมือนๆกัน คือพบเจอแต่ใบหน้าของผู้ป่วยและญาติที่ไม่สดชื่น ท่าทางอ่อนเพลีย ในผู้ป่วยเด็กๆ พอเราเข้าใกล้ก็จะร้องให้จ้า จะมีผู้รับบริการสักกี่คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสให้เรา หน้าตาสดชื่นกับการมาโรงพยาบาล ซึ่งแตกต่างจากกับการออกไปส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ทุกครั้งที่ออกไปทำงานกับผู้สูงอายุเมื่อไปถึงตอนเช้า ก็จะมีการยกมือไหว้ทักทายกับผู้สูงอายุทุกคนด้วยความเป็นกันเอง ท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใส และยินดีที่ได้พบกัน

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพวันนี้ของเรา มีทั้งคัดกรองและเฝ้าระวังภาวะทางสุขภาพ ส่งเสริมสุขภาพกายและจิต โดยช่วงเช้า อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุมาปัดกวาดจัดสถานที่เหมือนทุกครั้ง วัดความดันโลหิต ชีพจร และชั่งน้ำหนักให้กับผู้สูงอายุ และนำผลการประเมินที่ได้ไปบันทึกลงในสมุดบันทึกของอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ

ทุกคน สมุดของประธานผู้สูงอายุ และสมุดของทีมเอง นอกจากนี้ได้บันทึกลงในแฟ้มน่ารู้ของผู้สูงอายุทุกคนด้วย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถนำไปเปิดดูระดับความดันโลหิต ชีพจร และน้ำหนักของตนเองได้ หรือให้ลูกหลานช่วยดูให้ได้ สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงรายใหม่ จะแจกใบนัดให้ไปวัดความดันโลหิตที่อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3 อาทิตย์ เพื่อคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ถ้าผิดปกติจะดำเนินการส่งต่อเพื่อพบแพทย์ที่โรงพยาบาล และถ้ายังพบว่ามีความดันโลหิตสูง ก็จะได้รับการส่งเข้าคลินิกความดันโลหิตสูง หากเป็นผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว พยาบาลที่ออกปฏิบัติงานจะติดตามประเมินถึงการดูแลตนเองของผู้สูงอายุคนนั้นเป็นรายบุคคลอีกชั้นหนึ่ง (อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุหมู่บ้านนี้เข้มแข็งมาร่วมกิจกรรมทุกเดือน แต่ละเดือนอาจจะมาไม่ครบ 5 คน เนื่องจากติดภารกิจของแต่ละคนหรือต้องทำงาน แต่จะเปลี่ยนกันมาเดือนละ 2-3 คน)

สำหรับกิจกรรมทางศาสนาเป็นสิ่งที่คู่กับผู้สูงอายุเสมอ ก่อนเริ่มกิจกรรมอื่นๆ ประธาน (บางครั้งก็เป็นผู้ใหญ่บ้าน บางครั้งก็เป็นประธานกลุ่มผู้สูงอายุ) จะจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและสวดมนต์ไหว้พระพร้อมกันทุกคน (ในห้องประชุมของหมู่ 1 จะมีพระพุทธรูปอยู่ 1 องค์) หลังไหว้พระสวดมนต์ จะต่อด้วยกิจกรรมส่งเสริมความแข็งแรงของร่างกาย อีกกิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้อีกเช่นกันคือออกกำลังแบบแอโรบิกตามตัวแบบในแผ่น VCD ที่งานกายภาพบำบัดได้คัดมาจากอาจารย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่าผ่านการศึกษารับรองแล้ว มีความเหมาะสมกับวัย นานประมาณ 30 นาที เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ผู้สูงอายุเองก็มีความสนุกสนานในการออกกำลังกายร่วมกัน (ขณะออกกำลังกาย ทีมเจ้าหน้าที่จะช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะบางท่าผู้สูงอายุยังทำไม่ได้หรือไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดด้านร่างกาย) ทั้งนี้ผู้สูงอายุได้นัดกันออกกำลังกายกันเอง อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

หมอแอ...ของพ่อๆแม่ๆ...หรือน้องถนอม นันทอน เฮ้อ....สุดยอด ....หายใจเข้า...ช้าๆๆ.....

จากการแพทย์แผนไทย กำลังนวดให้พ่อผู้สูงอายุ หายใจออกยาวๆ...แม่ๆจากหมู่ 13 หลับตาพริ้ม

หมู่ 13 บ้านปางซางพัฒนา อยู่ในกระโจมอบสมุนไพรแบบพกพา

ที่นอนแผ่...อย่างสบายอารมณ์ หนึ่งในกิจกรรมประทับใจของผู้สูงอายุ

มักมีคนพูดว่าเป็นผู้สูงอายุต้องเข้าวัดเข้าวา ไม่ต้องมีกิจกรรมนักก็ได้ ไม่ต้องร้องรำทำเพลง อยู่บ้านเฉยๆเท่านั้นเป็นพอ ถ้ายังมีใครคิดอย่างนี้คงต้องให้มาร่วมกิจกรรมกับผู้สูงอายุ จะทำให้คนๆนั้นเข้าใจว่า ผู้สูงอายุนั้นเป็นวัยที่มีความต้องการทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจเหมือนวัยอื่นๆ ยังมีความสนใจคล้ายกับวัยต้นอยู่ แต่สังคมมักตีกรอบและใส่ความคาดหวังให้ผู้สูงอายุไม่ค่อยมีกิจกรรม อีกทั้งยังขาดเวทีที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมตามวัยต่างหาก ดังนั้น กิจกรรมนันทนาการจึงเป็นกิจกรรมที่มีการจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในการออกปฏิบัติงาน กิจกรรมที่ทำเป็นการนำผู้สูงอายุเล่นเกมส์ต่างๆ เป็นการสร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ ทั้งยังส่งเสริม

สัมพันธภาพและความสามัคคีในหมู่ผู้สูงอายุ เกมส์ส่วนใหญ่มักเป็นเกมส์ง่ายๆที่ฝึกสมอง ฝึกความจำ เกมส์ที่สื่อถึงการดูแลสุขภาพ คงไว้ซึ่งความสามารถของแต่ละบุคคล บางครั้งจะมีกิจกรรมกระตุ้นให้ผู้สูงอายุแสดงความสามารถพิเศษ เช่นออกมาร้องเพลง..จ้อยซอ แล้วให้ผู้สูงอายุที่เหลือฟ้อนรำตามเสียงเพลง ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุชายจะช่วยตีกลอง เป่าขลุ่ย และตีระนาดประกอบเสียงเพลง นอกจากความสนุกสนานที่เกิดขึ้นแล้วยังคงไว้ซึ่งศักยภาพของผู้สูงอายุ และทำให้ผู้สูงอายุที่ได้ทำกิจกรรมมีความภูมิใจในตนเองมากขึ้นอีกด้วย

ดนตรีบำบัดแบบพื้นบ้านของผู้สูงอายุหมู่ 1.... ยืดเข้าไป..ตัวอ่อน..ขนาดเจ้าหน้าที่ยังอาย

จนแม่เคลิบเคลิ้ม..อดที่จะฟ้อนไปด้วยไม่ได้.... กับกิจกรรมออกกำลังกาย..ยืดเส้นยืดสายของผู้สูงอายุหมู่ 2 บ้านหัวทุ่ง

ผู้สูงอายุนั้นมีความจำกัดในด้านความสามารถในการรับรู้ก็จริงอยู่ แต่ยังคงมีความอยากรู้และความจำเป็นที่ต้องรับรู้เรื่องราวข่าวสารต่างๆไม่ได้ลดลงตามการรับรู้ไปด้วย ในการออกปฏิบัติงานจึงจำเป็นต้องมีการให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพ โรคที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลหรือตามความต้องการของผู้สูงอายุ โดยจะมีการซักถามผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมว่าแต่ละเดือนอยากรู้เรื่องโรคอะไรหรือเรื่องอะไร เพื่อให้ผู้สูงอายได้มีความรู้ในการดูแลตนเองเบื้องต้นที่ถูกต้อง เช่น ก่อนหน้าฝนสักเล็กน้อย ได้ให้ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก เป็นต้น

นอกจากนี้ มีการแจกแผ่นพับเรื่องโรคที่ให้ความรู้ให้ผู้สูงอายุเก็บไว้ในแฟ้มความรู้ เวลาอยู่ที่บ้านสามารถนำออกมาอ่านได้ หรือให้ลูกหลานอ่านก็ได้ และสามารถนำความรู้ไปแนะนำคนอื่นต่อได้ ถึงแม้ว่าการให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุนั้นมักต้องให้ซ้ำๆหลายรอบในเรื่องเดิมๆ หากเป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุสนใจใส่ใจอยากรู้ การฉายหนังซ้ำรอบสองรอบสาม พยาบาลที่เป็นผู้ให้ความรู้ยังเต็มใจที่ฉายซ้ำได้เสมอ เพราะผู้สูงอายุบางคนลืมว่าหมอสอนไปแล้วหรือบางคนไม่ได้มาร่วมกิจกรรมในเดือนที่หมอสอน (ชาวบ้านจะเรียกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่า “หมอ ”หมด )

ระหว่างรอกินข้าวเที่ยง ก็จะมีการพูดคุยร่วมกันกับผู้ใหญ่บ้าน ประธานผู้สูงอายุและอาสมัครดูแลผู้สูงอายุ เรื่องปัญหาต่างๆ ของผู้สูงอายุเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาและผลจากการพูดคุยกัน พบว่าในเดือนนี้มีผู้สูงอายุหน้าใหม่ๆมาร่วมหลายคน เพราะผู้ใหญ่บ้านช่วยประกาศย้ำด้วยเสียงตามสาย ให้ทราบวันนัดกิจกรรมและช่วยย้ำให้ผู้สูงอายุมาร่วมกิจกรรม อีกทั้งตอนนี้มีกฎหมู่บ้านให้ผู้สูงอายุทุกคนมาร่วมกิจกรรม ถ้าไม่มาจะหักเงิน 50 บาท วันที่ออกปฏิบัติงาน เดือนนี้ทีมจึงพบภาพการเช็คชื่อผู้สูงอายุที่มาเข้าร่วมกิจกรรมเป็นรายบุคคล

ลำแต้ๆ....กินไปคุยไป..ม่วนแต้หนอ... ทุกเมษายนของปีใหม่เมือง..อุ๊ยๆก็ตั้งตารอคอย

หลังทำกิจกรรมเสร็จ..ก็ล้อมวงกินกัน.. คอยให้ลูกหลานมารดน้ำดำหัวพวกเราก็ไม่พลาด

ของผู้สูงอายุหมู่ 1 เช่นกัน..ในภาพ.น้องเพ็ญจันทร์และชื่นกมลนำข้าวตอก ดอกไม้ธูปเทียนมาดำหัวพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย หมู่ 13

แต่ก่อนตอนที่เริ่มมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุใหม่ๆ(9ปีก่อน) อาหารเที่ยงเป็นอาหารมื้อที่พวกเราที่ออกปฏิบัติงานมักพบว่าเป็นอาหารบ่ายอยู่เสมอ เพราะหาร้านขายอาหารไม่เจอในระยะเดินไหว แต่ตอนนี้ ปัญหาดังกล่าวหามีไม่ เพราะจะมีการกินอาหาหารเที่ยงร่วมกันกับผู้สูงอายุทุกคนโดยเจ้าหน้าที่และผู้สูงอายุทุกคนจะห่อข้าวมากินร่วมกันทุกครั้ง และวันนั้นจะมีการทำอาหารร่วมกัน 1 อย่าง เป็นอาหารพื้นบ้านที่ทำง่ายๆแล้วนำมากินร่วมกัน ผู้สูงอายุมักพูดอยู่เสมอว่า “อุ้ยชอบห่อข้าวมากิ๋นตวยกันเพราะกิ๋นได้นัก ลำด้วย ไม่เหมือนอยู่ที่บ้านอุ้ยต้องกิ๋นคนเดียว ลูกหลานไปยะก๋านนอกบ้านกันหมด” การกินข้าวร่วมกันนอกจากแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่อดข้าวเที่ยงได้แล้ว ยังทำให้ช่วงเวลาที่กินข้าวด้วยกันเป็นโอกาสที่จะได้ประเมินอาหารที่ผู้สูงอายุกินว่าเหมาะสมกับโรคกับวัยหรือไม่ และทำการให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุได้ทันทีอีกด้วย

ในช่วงบ่ายจะเป็นการออกเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่มีปัญหา หรือผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ไม่สามารถมาเข้ากิจกรรมได้ร่วมกับอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ โดยไปประเมินภาวะสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่นวัดความดันโลหิต ดูแลเรื่องสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพ ทีมที่ออกปฏิบัติงานเยี่ยมบ้านของผู้สูงอายุนั้นจะพบรายการวงเวียนชีวิตกับตาเป็นๆ เห็นชัดๆเพราะมาทั้งรูป กลิ่น เสียงและสัมผัส ไม่ต้องไปรอดูในโทรทัศน์ช่องไหนและไม่ต้องไปดูจากที่อื่น

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

เมนูหลัก

มุมสมาชิก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน

แนะนำหนังสือ

The Doctor Communication HandbookThe Doctor Communication Handbook
เว็บไซท์นี้ออกแบบและทดสอบด้วยไฟร์ฟอกซ์!