Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

การจัดการศึกษาและปรึกษาทางไกล
เพื่อสนับสนุนบริการเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการสุขภาพปฐมภูมิ
Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

Select language ไทย | English

เรื่องเด่น รพช.

ต้นแบบบริการปฐมภูมิเพื่อประชาชน โรงพยาบาลภูกระดึง จังหวัดเลย

by Admin @January,11 2011 22.34 ( IP : 61...130 ) | Tags : เรื่องเด่น รพช.

ต้นแบบบริการปฐมภูมิเพื่อประชาชน

โรงพยาบาลภูกระดึง จังหวัดเลย

นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

ลงเผยแพร่ในวารสารโรงพยาบาลชุมชน ฉบับพฤษภาคม-มิถุนายน 2548

ในคอลัมน์เรื่องเด่นประจำฉบับ

นับเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลภูกระดึง ได้เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกอบกับแนวคิดการจัดบริการปฐมภูมิที่ดึงดูดให้ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูกระดึง และทีมงานทุกคนได้ถือเป็นหลักชัยในการจัดบริการสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างบริการให้ทั่วถึง เสมอภาค มีคุณภาพและประสิทธิภาพแก่ประชาชน โรงพยาบาลภูกระดึงจึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ ไว้ว่า “อบอุ่นเหมือนบ้าน พัฒนางานและคน มุ่งเน้นชุมชน หวังผลองค์รวม” และได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และสร้างกระบวนการบริหารจัดการ จนเป็นต้นแบบบริการปฐมภูมิเพื่อประชาชน

จุดเริ่มต้นที่การจัดพื้นที่บริการ แบบ Customer Focus

โรงพยาบาลภูกระดึง รับผิดชอบดูแลสุขภาพประชาชนในอำเภอภูกระดึงและกิ่งอำเภอหนองหินซึ่งแยกมาจากอำเภอภูกระดึง ในอำเภอภูกระดึงและกึ่งอำเภอหนองหินแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 ตำบล 80 หมู่บ้าน รวมดูแลประชากรทั้งสิ้น 56,499 คน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โรงพยาบาลมีขนาด 30 เตียง มีสถานีอนามัย 10 แห่ง ที่ตั้งของตัวโรงพยาบาลที่อยู่ติดที่ว่าการอำเภอนั้นยังมีความเจริญด้านวัตถุน้อย ในขณะที่ที่ตั้งของกึ่งอำเภอหนองหินนั้นกลับมีความเจริญมากกว่า

เดิมนั้นพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละสถานีอนามัยหรือ PCU นั้นจะยึดตามการแบ่งพื้นที่ตามเขตการปกครอง ซึ่งพบว่าประชาชนบางหมู่บ้านไม่สะดวกในการมารับบริการ เพราะแม้ว่าชุมชนจะอยู่ใกล้สถานีอนามัยอีกแห่งหนึ่งแต่ก็ขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบของสถานีอนามัยประจำตำบลซึ่งตั้งอยู่ไกลกว่า ดังนั้น CUP ภูกระดึงจึงจัดพื้นที่รับผิดชอบของสถานบริการในเครือข่ายใหม่โดยมีหลักการจัดดังนี้

  1. ระยะทางจากบ้านถึงสถานบริการที่รับผิดชอบ
  2. ความสะดวกและความพึงพอใจของประชาชนในการไปรับบริการ (ให้ประชาชนเลือกเอง)

เมื่อจัดพื้นที่ใช้บริการปฐมภูมิของชาวบ้านใหม่ ทำให้โรงพยาบาลภูกระดึงที่เดิมรับดูแล 13 หมู่บ้าน มีพื้นที่รับผิดชอบเพิ่มขึ้นเป็น 19 หมู่บ้าน

การปรับพื้นที่รับผิดชอบของสถานบริการในเครือข่าย (Recatchment area) นั้น นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากในการจัดระบบบริการปฐมภูมิในสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เป็นจริงในชุมชน เมื่อปรับพื้นที่การดูแลประชากรแล้วก็มีการจัดวาง

เครือข่ายบริการปฐมภูมิ เพื่อมุ่งที่ความสะดวกของประชาชนเป็นหลักโดยจัดบริการทั้งในชุมชน และในสถานบริการ ดังนี้

  • PCU หลัก มี 2 แห่ง คือ ที่โรงพยาบาลภูกระดึง และ สอ.เฉลิมพระเกียรติ ฯ หนองหิน มีทีมสุขภาพปฏิบัติงานครบถ้วนทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักกายภาพบำบัด เป็นต้น ทำหน้าที่ให้บริการประชาชนในเขตรับผิดชอบ และเป็นที่ปรึกษาแก่ PCU รอง ทำให้ประชาชนที่อยู่ไกลสุดสามารถเดินทางเข้าถึงบริการเหลือเพียงไม่เกิน 25 ก.ม.(จากเดิม 55 ก.ม.)
  • PCU รอง มีจำนวน 9 แห่ง กระจายในตำบลต่าง ๆ โดยมีระยะทางห่างจากบ้านประชาชนไม่เกิน 7 - 10 กิโลเมตร เป็นบริการทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยจัดให้มีพยาบาลวิชาชีพอย่างน้อย 1 คนต่อสถานีอนามัย

โรงพยาบาลสาขาที่หนองหิน

จากลักษณะพื้นที่ของอำเภอภูกระดึงและกิ่งอำเภอหนองหินมีการกระจายตัวของหมู่บ้านห่างกัน บ้านที่ไกลที่สุดต้องเดินทางประมาณ 55 กิโลเมตร ถึงจะสามารถรับบริการที่โรงพยาบาลภูกระดึงได้ เพื่อความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ในปี 2545 CUP ภูกระดึงจึงดำเนินการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ หนองหิน ให้เป็น PCU หลักแห่งที่ 2 ของอำเภอ เป็นเสมือนโรงพยาบาลสาขา (Extended OPD) โดยที่มีระดับความสามารถบริการที่ใกล้เคียง กับโรงพยาบาลภูกระดึง ยกเว้นไม่มีเตียงรับผู้ป่วย

โดยที่ PCU หลักหนองหินจะมีรถพยาบาลส่งต่อจอดประจำที่ PCU สำหรับส่งผู้ป่วยที่ต้องนอนพักรักษาในโรงพยาบาลไปยังโรงพยาบาลภูกระดึงหรือ รพ.เลย ได้แล้วแต่กรณี

PCU หลักหนองหินได้จัดให้มีระบบบริการผู้ป่วยนอกแบบครบวงจร กล่าวคือ มีแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์และนักกายภาพบำบัด ครบทุกสาขา ในเวลา 08.30 - 16.30 น. จันทร์ –ศุกร์ เปิดบริการทันตกรรมโดยทันตแพทย์ เวลา 08.30 - 16.30 น. ของทุกวัน และนอกเวลาราชการก็จะมีพยาบาลวิชาชีพอยู่เวรผลัด 8 ชั่วโมง ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน

การยกระดับบริการจากสถานีอนามัยหนองหินมาเป็น PCU หลักนั้นสามารถรถลดระยะทางในการมารับบริการของประชาชนมากกว่า 20,000 คน ในพื้นที่บริการของ PCU หลักหนองหินได้อย่างมาก จากเดิมที่ประชาชนในพื้นที่นี้ต้องมารับบริการที่โรงพยาบาลภูกระดึงซึ่งห่างออกไปถึง 30 กิโลเมตร รวมแล้วสามารถประหยัดระยะทางต่อคนต่อครั้งที่มารับบริการได้ถึง 60 ก.ม. ซึ่งสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารับบริการ สามารถลดระยะเวลาที่ผู้ป่วยและญาติต้องใช้ในการเดินทางได้อย่างมาก และทำให้ความแออัดในการบริการผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลภูกระดึงลดลงไปด้วย

การกระจายบุคลากรโดยใช้ประชากรเป็นฐาน

การกระจายบุคลากรเป็นปัญหาใหญ่และเรื้อรังของประเทศมาอย่างยาวนาน แม้แต่ในระดับอำเภอก็จะพบเสมอว่า บุคลากรด้านสุขภาพมากกว่า 3 ใน 4 ของทั้งอำเภอจะกระจุกตัวอยู่บริเวณตำบลที่ตั้งอำเภอ หรืออยู่ในโรงพยาบาลชุมชนนั่นเอง และจากสภาพความขาดแคลนบุคลากรในแต่ละสาขาวิชาชีพในชนบท จึงเป็นการยากอย่างยิ่งที่จะสร้างบริการที่มีคุณภาพ เสมอภาคและมีประสิทธิภาพแก่ประชาชนได้ โรงพยาบาลภูกระดึง ในฐานะ CUP จึงทำการจัดและกระจายเจ้าหน้าที่ใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักๆ คือ ทุกครอบครัวจะต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลที่เรียกว่า "หมอประจำครอบครัว" ในลักษณะเป็น "Family manager" โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. กลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักกายภาพบำบัด และเจ้าหน้าที่ด้านบริหาร เป็นกลุ่มวิชาชีพที่มีจำนวนบุคลากรน้อย ลักษณะงานรับผิดชอบจะอยู่ในสถานบริการ จึงให้เป็นฝ่ายสนับสนุนด้านวิชาการแก่ "Family manager" ออกบริการในชุมชนตามวิชาชีพที่เรียนมา

  2. การกระจายวิชาชีพพยาบาลลงสู่ PCU โดยเติมคนให้สถานีอนามัย หรือ PCU ในส่วนขาดให้เต็มอัตราก่อน ทุก PCU มีพยาบาลวิชาชีพไม่น้อยกว่า 1 คน ร่วมปฏิบัติงานในฐานะ Family manager กับเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่เดิมในสถานี

จะเห็นได้ว่า โรงพยาบาลภูกระดึงใช้สถานีอนามัยเป็นฐานในการจัดบริการปฐมภูมิ ด้วยความเชื่อพื้นฐานที่ว่า ต้องมีผู้ให้บริการในสัดส่วนต่อผู้รับบริการที่เหมาะสมจึงจะสามารถจัดบริการปฐมภูมิที่มีคุณภาพได้ ดังนั้นโรงพยาบาลภูกระดึงจึงกระจายบุคลากรโดยเฉพาะวิชาชีพพยาบาลออกสู่ PCU มากถึง 20 คน ซึ่งใช้ทุกกลวิธีในการกระจายพยาบาลออกสู่ PCU เช่นการจูงใจให้เจ้าหน้าที่พยาบาลในโรงพยาบาลย้ายไปประจำที่ PCU การตั้งเงื่อนไขเมื่อรับย้ายหรือรับพยาบาลจบใหม่ว่าให้ไปอยู่ที่ PCU เป็นต้น

นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ได้ให้ข้อคิดว่า การจัดบริการปฐมภูมินั้น หากจะให้เห็นผลอย่างเห็นหน้าเห็นหลังก็ต้องกล้าให้ยาที่แรงพอ นั่นคือเติมบุคลากรลงไปให้เพียงพอ แล้วจัดระบบงานใหม่ให้เหมาะสมเฉพาะพื้นที่หากจัดบุคลากรลงไปเติมน้อย เหมือนให้ยาเลี้ยงไข้ แล้วจะบอกว่าระบบบริการปฐมภูมินั้นไม่ได้ผลก็คงเป็นการสรุปที่ไม่ถูกต้อง

การบริหารจัดการด้านบุคลากร เพื่อเติมเต็มใน PCU

คนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการพัฒนาคุณภาพของงาน และเป็นปัญหาเรื้อรังมานานของทุกหน่วยงานทั้งในด้านจำนวน การกระจาย และคุณภาพของคน โรงพยาบาลภูกระดึงก็ประสบปัญหาด้านบุคลากรในทุกๆด้านเช่นเดียวกัน แต่ก็ได้พยายามวางระบบงานและการบริหารบุคคล จนสามารถจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้ในระดับหนึ่งดังนี้

1. การพัฒนาและการเตรียมความพร้อมบุคลากร

โรงพยาบาลภูกระดึงมีการพัฒนาและเตรียมบุคลากร โดยในปี 2543 เจ้าหน้าที่ทุกคนของโรงพยาบาลออกฝึกและบริการสุขภาพในชุมชนอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี 6 เดือน

ทำให้เจ้าหน้าที่มีความรู้และทักษะในการดำเนินงานในชุมชนเป็นอย่างดี ไม่กลัวที่จะออกชุมชน เข้าใจและเห็นอกเห็นใจประชาชน และที่สำคัญคือเกิดเครือข่าย โยงใย ความผูกพันระหว่าง ประชาชน กับเจ้าหน้าที่ และชุมชนกับโรงพยาบาล

2. การกำหนดอัตรากำลังในการจัดบริการ

นอกจากการกระจายเจ้าหน้าที่ตามประชากร ในระดับแต่ละหน่วยงานแล้ว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าในแต่ละสถานบริการ ได้มีการจัดให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในชุมชน และในคลินิกบริการที่สถานบริการอย่างเพียงพอและเหมาะสม จึงได้กำหนดจำนวนอัตรากำลังในแต่ละวันของสถานบริการขนาดต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นหลักประกันว่า เจ้าหน้าที่ PCU จะต้องออกปฏิบัติงานในหมู่บ้านตามตารางที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น

ตัวอย่างการจัดคนทำงานทั้งเชิงรุก-รับ ของ PCU กรณีมีเจ้าหน้าที่ 3 คน

คนที่ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

1 ม. สอ. ม. สอ. ม. OT

2 ม. สอ. ม. สอ. ม. OT

3 ม. สอ./ม. สอ./ม. ม. ม.

หมายเหตุ : ม. หมายถึง ออกปฏิบัติงานดูแลสุขภาพครอบครัวและชุมชน

สอ. หมายถึง อยู่ปฏิบัติงานที่คลินิกบริการในสถานบริการ

สอ./ม หมายถึง อยู่ปฏิบัติคลินิกบริการที่สถานบริการ เวลา 08.30 - 12.00 และ

ออกปฏิบัติงานดูแลสุขภาพครอบครัวและชุมชน เวลา 13.00 - 16.30

3. การจัดหาบุคคลเพิ่มจากกรอบเดิม

เนื่องจากกรอบอัตราบุคลากรเดิมไม่เพียงพอที่จะเอื้อต่อการบริการที่มีคุณภาพ เช่น ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลภูกระดึง มีเจ้าหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ 1 คน ไม่มีนักกายภาพบำบัด ทั้งที่มีผู้ป่วยที่ต้องการรับบริการเป็นจำนวนมากในชุมชน

ดังนั้น จึงมีการจ้างบุคลากรสาขาวิชาชีพดังกล่าวเพิ่มเติมในฐานะลูกจ้างชั่วคราว คือ จ้างนักกายภาพบำบัด 3 คน เจ้าหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์อีก 3 คน ลูกจ้างทำความสะอาดสำหรับทุกสถานีอนามัยรวม 15 คน และพนักงานขับรถอีก 2 คนรวมเป็น 5 คน เพื่อให้เพียงพอต่อการจัดบริการปฐมภูมิอย่างมีคุณภาพในทุกสถานบริการ

4. โครงการนางพยาบาลคืนถิ่น

ด้วยประสบการณ์ของโรงพยาบาลภูกระดึงพบว่า เจ้าหน้าที่ที่มีบ้านเรือนหรือครอบครัวอยู่ในชุมชน จะมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในระดับที่สูงกว่าคนต่างพื้นที่ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการสร้างความคุ้นเคย เป็นกันเอง เพราะมีทุนทางสังคมเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับโอกาสที่บุคคลเหล่านี้จะย้ายจากบ้านและครอบครัวตนเองไปอยู่ที่อื่นมีน้อย

ดังนั้นโรงพยาบาลภูกระดึงจึงมีการจัดให้พยาบาลรับผิดชอบครอบครัวในหมู่บ้านหรือชุมชนที่ตนเองตั้งครอบครัวและบ้านเรือนอยู่ หรือเป็นบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งสามารถประกันความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ในด้านการบริการแบบใกล้บ้านใกล้ใจเป็นระยะเวลายาวนานได้ดีที่สุด

การจัดบริการตามเวลาราษฎร

เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา การจัดบริการสาธารณสุขของภาครัฐ จะยึดมั่นกับวัน - เวลาราชการ ซึ่งขัดแย้งกับธรรมชาติของการเจ็บป่วยที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ รวมถึงวิถีชีวิตการทำงานของประชาชนซึ่งมักจะต้องทำมาหากินในช่วงวันเวลาดังกล่าว

ดังนั้นโรงพยาบาลภูกระดึงจึงจัดบริการทั้งในระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิโดยคำนึงถึงเวลาตามวิถีชีวิตของชุมชน โดยไม่ยึดเวลาราชการแต่ยึดตามเวลาราษฎร ดัง 3 รูปธรรมต่อไปนี้

โครงการแพทย์ 24.00 น.

โดยกำหนดให้มี แพทย์ และทีมสุขภาพครบวงจร ได้แก่ ห้องยา ห้องชันสูตร และทีมพยาบาลให้บริการผู้ป่วยทุกประเภท ตั้งแต่เวลา 08.00 - 24.00 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ จึงทำให้สามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้มากขึ้น เกิดคุณภาพบริการที่ดีขึ้น ความรุนแรงของโรคลดลง อัตราการรับบริการผู้ป่วยในและอัตราการส่งต่อลดลงอย่างชัดเจน ทำให้ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลและประชาชนลดลง ทั้งทางตรงและทางอ้อม

สถานีอนามัยเปิดบริการทุกวัน

สำหรับสถานีอนามัยก็ได้ปรับเปลี่ยนเวลาเปิดให้บริการจากเดิมที่ให้บริการเฉพาะในเวลาราชการ มาเปิดให้บริการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 20.30 ของทุกวันโดยไม่เว้นวันหยุดราชการ การเพิ่มระยะเวลาการให้บริการในเวลาราษฎร ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้นในสถานีอนามัยถึงร้อยละ 46-69

ส่งเสริมสุขภาพในสถานบริการได้ทุกวัน

ในส่วนของคลินิกส่งเสริมสุขภาพ เช่น คลินิกฝากครรภ์ คลินิกเด็กดี คลินิกวางแผนครอบครัว การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก – เต้านมนั้น จากเดิมที่เปิดให้บริการเฉพาะบางวัน โดยที่ผู้รับบริการต้องจัดสรรเวลาของตนเองมาให้ตรงตามวันนัดนั้น ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาในการให้บริการโดยกำหนดให้เปิดบริการทุกวัน รวมทั้งวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการอื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการด้านการส่งเสริมสุขภาพมากขึ้น

กายภาพบำบัดในระบบบริการปฐมภูมิ

ในปัจจุบันนั้น โรงพยาบาลชุมชนมีบทบาทในการแก้ไขฟื้นฟูปัญหาสุขภาพด้วยการกายภาพบำบัดน้อยมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่หลังจากได้รับการดูแล Acute care จนดีขึ้นแล้วก็จะถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล แต่ความพิการที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ ทั้งๆที่ในทางวิชาการนั้นสามารถแก้ไขบรรเทาให้ดีขึ้นได้ แต่ด้วยข้อจำกัดในปัจจุบันหลายประการ ส่วนใหญ่จึงถูกปล่อยให้เป็นไปตามบุญตามกรรมอยู่ที่บ้าน

สำหรับโรงพยาบาลภูกระดึงแล้ว การตั้งรับในโรงพยาบาลนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพงานกายภาพบำบัดตามระบบปกติเท่านั้น การออกเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน เพื่อสอนการทำกายภาพบำบัดแก่ญาติและผู้ป่วยต่างหากคือภารกิจที่เป็นภารกิจหลัก

ผู้ป่วยที่มีความพิการส่วนใหญ่ มักท้อแท้เหนื่อยหน่ายในชีวิต ขาดกำลังใจ ใจหนึ่งก็อยากรักษา แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้เป็นภาระกับลูกหลานที่ต้องไปรับไปส่งระหว่างบ้านและโรงพยาบาล เกือบทุกคนซึมเศร้า ท้อแท้ในชะตากรรม แต่เมื่อมีหมอไปเยี่ยมบ้าน ทั้งพยาบาลที่มาดูแลทางการพยาบาล และนักกายภาพบำบัดที่มาช่วยสร้างฝันในระยะยาวว่าจะเดินได้ ความท้อแท้เหนื่อยหน่ายในชีวิตที่เคยมีจะแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังขับดันแห่งความหวังที่จะมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น พิการน้อยลง เป็นภาระแก่ลูกหลานน้อยลง ดวงตาจะฉายประกายพร้อมรอยยิ้มทุกครั้งที่หมอๆ ไปเยี่ยมเยียน

การประยุกต์สร้างอุปกรณ์ด้านกายภาพบำบัดขึ้นที่บ้านของผู้ป่วยนั้นก็เป็นสีสันและความหวังของผู้ป่วยในการฟื้นฟูสุขภาพ อุปกรณ์ที่มีราคาแพงในห้องกายภาพบำบัดนั้น สามารถประยุกต์ทำเองได้ไม่ยากตามแต่จะสร้างสรรค์ เช่น การทำราวคู่หัดเดินที่ทำจากไม่ไผ่เป็นทางยาวไว้บริเวณข้างบ้าน บางบ้านอาจทำยาวเป็น 10 เมตรก็มี การทำรอกที่ใช้มือดึงเชือกสำหรับการออกกำลังขาโดยใช้เชือกเลี้ยงวัว ไม้ไผ่และยางในของล้อรถจักรยาน การทำ walker ช่วยในการเดินจากไม้ไผ่เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ชาวบ้านเขาสามารถทำได้เอง ภายใต้คำแนะนำของนักกายภาพบำบัดที่ลงไปสอนวิธีการทำกายภาพบำบัดให้แก่ผู้ป่วยและญาติถึงในหมู่บ้าน

อุปกรณ์เสริมสำหรับการช่วยเหลือให้ผู้ป่วยสามารถดำรงคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้นอย่าง เช่น รถเข็น ไม้ค้ำยัน ไม้เท้าสี่ขา หรือ ขาเทียมนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็ยังมีความขาดแคลนอีกมาก การหารถเข็นหรือ walker มาเพื่อแจกจ่ายแก่คนที่ยากจนนั้น ยังคงต้องเป็นภาระหลักของทางโรงพยาบาล

รถโดยสารขนส่งผู้ป่วยเอื้ออาทร

การเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่ชนบทนั้นมีข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคหลายประการ แม้ว่าจะมีบัตรทองที่รักษาฟรี แต่ความเป็นจริงพบว่า ผู้ป่วยในหมู่บ้านต่าง ๆ จะถูกจำกัดการมาโรงพยาบาลจากการไม่มีรถโดยสารมาส่ง หรือถ้ามี ก็มีบางช่วงเวลา เช่น ช่วงเช้าเพียงเที่ยวเดียว หรือเฉพาะวันพระ หรือวันพฤหัสที่มีตลาดนัดที่อำเภอ นอกจากความไม่สะดวกของผู้ป่วยแล้ว บางรายเมื่อไม่สามารถมาตามเวลาที่แพทย์นัดไว้ ก็อาจทำให้การดำเนินของโรคหรือการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้นได้

รถโดยสารทุกคันมักจะออกจากหมู่บ้านในช่วงเช้าเวลาเดียวกัน ทำให้ผู้รับบริการมาถึงโรงพยาบาลพร้อมๆ กัน ทุกคนต้องรอรับบริการนาน แทนที่ผู้ป่วยจะกระจายไปในช่วงเวลาต่างๆอย่างสม่ำเสมอกันตลอดวันและทุกวัน ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาการรอไม่นาน และมีเวลาเพียงพอที่จะให้บริการอย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น CUP ภูกระดึงจึงได้วางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอโครงการรถโดยสารขนส่งผู้ป่วยเอื้ออาทร ต่อองค์กรส่วนท้องถิ่น และชุมชน เพื่อระดมค่าใช้จ่ายในโครงการ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการประสานให้แนวคิดดังกล่าวเป็นรูปธรรม โดยในโครงการนี้กำหนดแผนเส้นทางเดินรถไว้ 4 เส้นทางหลัก เดินรถในแต่ละเส้นทาง วันละประมาณ 4-6 เที่ยวไป-กลับ

นอกจากนี้กรณีฉุกเฉินนอกเวลาก็สามารถเรียกรถรับส่งได้ตลอดเวลา เนื่องจากรถดังกล่าวจะเป็นรถที่มาจากชุมชนนั้นๆ จากการประมาณการค่าใช้จ่ายในโครงการ จะประมาณ 24 บาทต่อคนต่อปี หรือ 2 บาทต่อคนต่อเดือน

การบริหารจัดการด้านการเงินและงบประมาณ

การจัดสรรงบประมาณเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของการบริหารจัดการ ที่ผ่านมาภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า CUP ต่างๆ ต่างก็ประสบปัญหาด้านการจัดสรรงบประมาณในเครือข่าย ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อความสำเร็จของงาน และต่อสุขภาพประชาชนในที่สุด

สำหรับ CUP ภูกระดึงได้กำหนดรูปแบบการจัดสรร โดยครอบคลุมงบด้านบุคลากรที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานในความรับผิดชอบ และกำหนดงบประมาณที่จำเป็นให้แต่ละหน่วยงานไว้โดยคำนึงถึงผลลัพธ์เป็นสำคัญ (Performanced based budget) เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าวัสดุสำนักงาน ส่วนค่าเวชภัณฑ์ วัสดุการแพทย์ จัดเป็นคลังยารวมระดับ CUP โดยมีการจัดสรรในเครือข่ายดังนี้

  1. ประกันเงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าล่วงเวลา (OT) ค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราว ส่วนค่าเวชภัณฑ์ วัสดุการแพทย์ ให้แต่ละสถานบริการในเครือข่าย มีอย่างพอเพียงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้

  2. เหมาจ่ายค่าวัสดุสำนักงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ

  3. จ่ายค่าตอบแทนบริการเชิงรุก (Family and community Care) ตามรายหัวประชากรระหว่าง 32 - 72 บาท ต่อปี และปรับการจ่ายตามคุณภาพผลงาน

  4. การควบคุมการใช้จ่ายเงิน และบัญชีตามเกณฑ์คงค้าง

สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าสถานบริการในเครือข่ายทุกแห่ง ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียงพอ และมากกว่าสถานบริการระดับเดียวกันในเขตอำเภออื่น ๆ ในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งสร้างความพึงพอใจ และเพิ่มขวัญกำลังใจในการสร้างคุณภาพของผลงานกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในสถานีอนามัยอย่างมาก

การกระจายงบประมาณลงสู่สถานบริการปฐมภูมิระดับ PCU นั้นคือกลไกบริหารจัดการที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสนับสนุนให้ PCU สามารถพัฒนาองค์กรตนเองและเจ้าหน้าที่แรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง

และ CUP ภูกระดึงตระหนักมาตลอดว่า วิธีการจัดสรรงบประมาณเป็นค่าตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่มีผลกระทบที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความมุ่งมั่นในการทำงานและระดับความสำเร็จของการปฏิบัติงานการดูแลสุขภาพในระดับปฐมภูมิ CUP ภูกระดึงได้ปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานเชิงรุก และสร้างสุขภาพในชุมชน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงานตามคุณภาพและปริมาณงาน

บทสรุปของระบบบริการปฐมภูมิอำเภอภูกระดึง

จุดเด่นที่สำคัญของการจัดบริการปฐมภูมิของอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลยก็คือ การบริหารจัดการของ CUP ภายใต้การนำของ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูกระดึงที่ใช้กลไกการบริการทุกด้านมาใช้ในการจัดบริการปฐมภูมิ อันได้แก่

  1. กระจายบริการปฐมภูมิให้ใกล้บ้านใกล้ใจด้วยการ recatchment area ของสถานบริการใหม่ทั้งอำเภอ

  2. เพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่ PCU หนองหิน

  3. จัดพยาบาลวิชาชีพลงปฏิบัติงานในสถานีอนามัยด้วยหลายกลวิธีจนมีพยาบาลวิชาชีพครบทุกสถานีอนามัย

  4. ขยายเวลาในการให้บริการจากเดิมมาเป็นเวลาราษฎร ทั้งที่โรงพยาบาลและ PCU ทุกแห่ง

  5. จัดระบบให้ทุกหมู่บ้านมีหมอประจำครอบครัว มีมาตรฐานในการดูแลประชาชนในหมู่บ้าน

  6. จัดบุคลากรวิชาชีพเฉพาะลงดูแลผู้ป่วยที่บ้านครอบคลุมทั้งอำเภอ เช่น นักกายภาพบำบัด พยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วย Home Health Care

  7. ใช้กลไกการเงินของ CUP และการจ่ายค่าตอบแทนตามคุณภาพและปริมาณงานในการจูงใจให้เจ้าหน้าที่มีความขยันและมุ่งมั่นในการดูแลประชาชนในเขตรับผิดชอบ

ภายใต้การจัดการที่ดีและทุ่มเทของ CUP ภูกระดึง ได้ทำให้เกิดการจัดบริการปฐมภูมิที่มีคุณภาพตามหลักคิดของการดูแลสุขภาพในระบบปฐมภูมิ วันนี้คงไม่เป็นการเกินเลยไปหากจะกล่าวว่า โรงพยาบาลภูกระดึง ต้นแบบบริการปฐมภูมิเพื่อประชาชน

@@@@@@@@@@@@@@@@

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

เมนูหลัก

มุมสมาชิก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน

แนะนำหนังสือ

The Doctor Communication HandbookThe Doctor Communication Handbook
เว็บไซท์นี้ออกแบบและทดสอบด้วยไฟร์ฟอกซ์!