Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

การจัดการศึกษาและปรึกษาทางไกล
เพื่อสนับสนุนบริการเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการสุขภาพปฐมภูมิ
Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

Select language ไทย | English

เรื่องเด่น รพช.

โรงพยาบาลชุมชน อุดมคติที่ยังมีตัวตน

by Admin @January,11 2011 22.39 ( IP : 61...130 ) | Tags : เรื่องเด่น รพช.

โรงพยาบาลชุมชน อุดมคติที่ยังมีตัวตน

นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

ตีพิมพ์ในหนังสือ โรงเรียนแพทย์ชนบทเล่ม 1 คู่มือเวชศาสตร์ชุมชนภาคสนาม

ในท่ามกลางกระแสความเสื่อมศรัทธาต่อวิชาชีพด้านสุขภาพ ประเด็นข่าวการร้องเรียนแพทย์หรือร้องเรียนโรงพยาบาลมีให้เห็นเกือบทุกวัน เสียงบ่นจากคนรอบข้างอีกมากที่ทุกคนล้วนเคยได้ยินว่า “หมอเดี๋ยวนี้เห็นแก่เงิน โรงพยาบาลก็ไม่ต่างกันรักษาสองมาตรฐาน” ในท่ามกลางข่าวด้านลบในวงการแพทย์และการสาธารณสุขไทย ยังมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังสร้างความดีด้วยอุดมคติในการทำงานเพื่อคนทุกข์คนยากในชนบท ทำงานหนักด้วยรอยยิ้มและความเสียสละ มีความฝันและความสุขจากการได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเป็นพลังหล่อเลี้ยงชีวิตให้ทำความดีต่อไป ทุกวันนี้ในโรงพยาบาลชุมชน อุดมคติยังมีตัวตน แม้จะหาได้ยากขึ้นก็ตามที

อุดมคติที่ยังมีตัวตน

ตัวตนของ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ที่เสียสละชีวิตทั้งชีวิต ขลุกอยู่กับการดูแลความป่วยไข้ของชาวบ้านผู้ห่างไกลชายขอบชายแดนไทยพม่า ที่แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีรอยยิ้มแห่งความสุขเสมอ แม้คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่ได้มีสัญชาติไทย เป็นคนปกากญอ (กะเหรี่ยง) ที่เดินข้ามเขามาพึ่งการแพทย์ตะวันตกที่เป็นความหวังเดียวที่จะบรรเทาความเจ็บป่วยในรัศมี 200 กิโลเมตร ทั้งคุณหมอวรวิทย์และทีมงานของโรงพยาบาลอุ้มผางสมควรได้รับการคารวะในฐานะที่เป็นอุดมคติที่ยิ่งใหญ่ของความเป็นมนุษย์ ผู้มีจิตใจสูงส่งไม่ต่างจากนักบุญ

บทบาทของ นพ.อภิสิทธิ์ และ พญ.ทานทิพย์ ธำรงวรางกูร แห่งโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ที่ก้าวข้ามบทบาทงานด้านการสาธารณสุข มาสู่งานที่ยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนฐานความคิดของคนชนบท ให้หลุดพ้นออกจากบ่วงมรณะของเทพแห่งเงินตรา ที่มุ่งดิ้นรนชีวิตทำงานเพื่อเงิน ปลูกพืชเพื่อหวังขาย แต่ไม่เคยจะได้กำไรพอที่จะเงยหน้าอ้าปากได้เลยตลอด 50 ปี ของการพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัย ชีวิตสิ้นหวัง ครอบครัวต้องอพยพไปขายแรงงาน หนี้สินรุงรัง ความสุขมีน้อย ความทุกข์เพิ่มพูน แม้โรงพยาบาลจะดี ใส่ใจดูแลความป่วยไข้ เน้นการสร้างสุขภาพให้แข็งแรงปราศจากโรคภัย แต่ปากท้องที่ยังหิว ที่นากำลังจะหลุดจำนอง ความแห้งแล้งที่ซ้ำซาก ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมไป สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุที่สร้างความทุกข์ให้กับผู้คน คุณหมอทั้ง 2 จึงทุ่มเทพลังกายพลังใจ มุ่งเปลี่ยนความคิดของผู้คน ทำงานสร้างเครือข่าย นำเสนอทางออกจากบ่วงมรณะด้วยแนวทางการเกษตรที่ยั่งยืน บนพื้นฐานความพอเพียง ส่งเสริมการออม ออมดินออมน้ำออมต้นไม้ เป็นนักพัฒนาชนบทที่มีโรงพยาบาลชุมชนเป็นฐานขับเคลื่อน ไม่ใช่เคลื่อนแค่อำเภออุบลรัตน์ แต่ขับเคลื่อนกระแสเกษตรยั่งยืนกันทั่วทั้งภาคอีสาน เป็นการเกษตรเพื่ออยู่เพื่อกินที่เหลือจึงแจกจึงขาย

ภาพของ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่นอกจากจะพัฒนาโรงพยาบาลสิชลจนมีความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วย ให้สามารถพึ่งพาโรงพยาบาลใกล้บ้านไม่ต้องไปไกลถึงตัวจังหวัด ยังทำงานด้านงานชุมชน เน้นการสร้างสุขภาพของคนในพื้นที่จนได้รับการยอมรับ แต่อีกบทบาทหนึ่งที่เมื่อฐานแน่น งานในโรงพยาบาลและในชุมชนสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นภายใต้ทีมงานที่แข็งขันและระบบที่วางไว้ดีแล้ว คุณหมออารักษ์ก็ได้ออกมาขับเคลื่อนภาพใหญ่ของงานสาธารณสุขระดับประเทศ ช่วยให้ความเห็นและผลักดันการกระจายทรัพยากรจากส่วนกลางให้ลงสู่ภาคชนบทให้เกิดความเป็นธรรม วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่ไม่ดีงามที่เกิดขึ้นอย่างทรนงอาจหาญ แม้เป็นเพียงผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านนอก แต่จิตใจนั้นมองไกลคิดกว้าง ไม่ละเลยบทบาทในการสร้างสังคมด้วยนโยบายสาธารณะที่สร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับคนชนบท

นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูกระดึง จังหวัดเลย ที่มุ่งสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีคุณภาพ ด้วยการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการของประชาชนให้มากช่องทางที่สุด ทั้งการเติมพยาบาลลงปฏิบัติงานในสถานีอนามัย การจัดการให้ศูนย์สุขภาพชุมชนหลักที่บ้านหนองหินมีแพทย์หมุนเวียนไปดูแลรักษาความเจ็บป่วยทุกวัน การวางระบบงานเยี่ยมบ้านที่ควบคู่กับงานกายภาพบำบัดในชุมชน การจัดระบบเพิ่มเวลาบริการของทั้งโรงพยาบาลและสถานีอนามัยในเวลาราษฎร รวมทั้งการบริหารจัดการงบประมาณ 30 บาทรักษาทุกโรคที่มีมาอย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผลลัพธ์ในการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ทำงานเชิงรุก เป็นพลังการจัดการที่สร้างสรรค์มาจากตัวตนภายใน ที่ไม่จำเป็นต้องมีการสั่งการหรือมีตำแหน่งยศศักดิ์ตอบแทนใดๆ มาจูงใจ

นพ.สมยศ ศรีจารนัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอีกหนึ่งตัวตนของความเป็นอุดมคติที่มองโลกในแง่บวก เห็นพลังของทุกคนที่ควรได้รับโอกาสในการแสดงออกเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์งาน การทำงานเป็นทีมด้วยความเป็นสหสาขาวิชาชีพ ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยผู้เจ็บไข้อย่างเป็นองค์รวม ใส่ใจทั้งมิติด้านกายจิตสังคม โดยที่มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นเพียงนายวงดนตรีผู้ให้จังหวะเท่านั้น ซึ่งเป็นภาพที่งดงามที่สุดของโรงพยาบาลเขาวง ทักษะในการจูงใจให้ผู้คนทุกระดับชั้นทำงานอย่างทุ่มเทและมีความสุข ศิลปะในการนำที่สามารถทำให้ทุกคนแสดงพลังออกมาอย่างไม่รู้สึกว่าตนเองถูกนำนั้น เป็นอีกหนึ่งอุดมคติที่ยากที่จะได้จากการสอนในโรงเรียนใดๆ

นพ.ไกร ดาบธรรม กับการสร้างสรรค์โรงพยาบาลแม่อายจนเกิดศรัทธาจากชุมชนในอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมสร้างอาคารปรับปรุงพื้นที่จนทำให้โรงพยาบาลแม่อายเป็นรีสอร์ทที่สวยงามในรั้วโรงพยาบาล และสามารถประสานองค์กรภายนอกให้ร่วมใจกันบริจาคเงินเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนชนบทในอำเภอแม่อาย ภาพของการเยี่ยมบ้านที่แม้อยู่ไกลบนดอยสูงเพื่อดูแลสุขภาพความเจ็บป่วย ดูแลแม้กระทั่งปากท้องด้วยข้าวสารอาหารแห้ง ดูแลทุนการศึกษาให้เด็กยากไร้ การมีศูนย์เด็กเล็กในโรงพยาบาลเพื่อดูแลเด็กที่พ่อแม่จากไปจากโรคเอดส์ หรือแม้แต่การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่ผสมผสานทั้งงานด้านส่งเสริมป้องกันรักษาและฟื้นฟูในพื้นที่ห่างไกลที่ยากจะเข้าถึง ล้วนบ่งบอกถึงอุดมคติที่ยังมีอยู่จริงในท่ามกลางสังคมที่เห็นเงินตราเป็นเทพเจ้า

อุดมคติเหล่านี้ไม่มีใครมีมาตั้งแต่เกิด ไม่มีใครมีมากตั้งแต่เพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนแพทย์ แต่อุดมคติเหล่านี้คือการสั่งสมจากการทำงาน จากประสบการณ์ จากการครุ่นคิด จากการต่อยอดทางความคิดจากการแลกเปลี่ยนกับผู้คนมากมาย และด้วยสิ่งแวดล้อมในบริบทของความเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่เอื้อต่อการงอกงามของอุดมคติอันนั้น

ตัวอย่างของแพทย์ทั้ง 6 คน และทีมงามของโรงพยาบาลที่ทุ่มเททำงานอย่างมีความสุขนั้น เป็นเพียงส่วนที่โดดเด่นของผู้คนที่มีอุดมคติที่กระจัดกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลชุมชน ในประเทศไทย และอุดมคตินี่เองที่เป็นหัวใจสำคัญที่ยึดโยงให้เขาเหล่านั้นยังทำงานดูแลสุขภาพของคนชนบทได้ด้วยรอยยิ้ม ในท่ามกลางความขาดแคลนและไกลแสงสี ในสภาวะสังคมที่แก่งแย่งแข่งขัน แม้ว่าในวันนี้ผู้คนที่มีอุดมคติอันมุ่งมั่นที่ใส่ใจดูแลสุขภาพคนทุกข์คนยากในชนบทจะมีไม่มากนัก แต่นั่นก็ยังเป็นเสมือนแสงดาวแห่งศรัทธาที่ส่องสว่างสุกใสเสมอในยามรัตติกาล

แล้วคนรุ่น 30 หายไปไหน

หากสังเกตดูคร่าวๆ จะพบว่า บุคคลที่เป็นเป็นตัวแบบของอุดมคติในการทำงานอย่างลงตัวด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ของความเป็นคนเล็กคนน้อยในโรงพยาบาลชุมชนนั้น ล้วนเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมามากกว่า 10 ปีทั้งสิ้น อาจต้องมากกว่า 15 ปีด้วยซ้ำ จึงจะสามารถสั่งสมทุนด้านการพัฒนาให้โรงพยาบาลชุมชนและระบบงานสาธารณสุขในอำเภอแห่งนั้นมีระบบงานที่ซับซ้อนเพียงพอที่จะสอดรับกับสภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่ได้ ทำให้บุคคลที่เป็นแบบอย่างได้นี้ล้วนแต่มีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 4 ไปแล้ว และดูเหมือนว่าคนรุ่นใหม่ที่มีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 3 นั้นจะหายากพอสมควรที่จะเห็นแววว่าจะเป็นความหวังในการพัฒนาสาธารณสุขของชนบทไทยในอนาคต แล้วคนรุ่น 30 หายไปไหน

ท่ามกลางสภาพสังคมกระแสหลักของโลกในปัจจุบัน มีลักษณะเฉพาะที่น่าเป็นห่วง มีวัฒนธรรมค่านิยมกระบวนทัศน์ในกระแสหลักที่บั่นทอนการมีชีวิตอย่างอุดมคติเพื่อคนทุกข์คนยากในชนบทหลายประการ

สังคมในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยระบอบทุนเป็นตัวตั้ง เงิน คือคำตอบสำหรับทุกสิ่ง คุณงามความดีถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ในสมัยโบราณคุณธรรมเป็นเรื่องใหญ่ อาจารย์พิชัย ศรีใส เคยเล่าให้ผมฟังว่า สมัยก่อนโจรก็ยังมีคุณธรรมของโจร นั่นคือ การปล้นจะไม่ทำร้ายเจ้าทรัพย์หากเขาไม่ต่อสู้ ไม่มีการรังแกผู้หญิง บ้านไหนเคยช่วยเหลือ เคยให้ข้าวกินหรือแม้แต่เคยดื่มน้ำในคนโฑหน้าบ้านก็จะไม่ไปแตะต้องบ้านนั้นเลย ถือว่าเขามีพระคุณ หากจะให้อยู่ยงคงกระพัน ต้องสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน ต้องถือศีลในบางโอกาส แบ่งปันช่วยเหลือแก่ลูกน้องด้วยความยุติธรรม วิถีแห่งโจรตัวจริงก็ยังมีกติกาทางสังคมที่ดีงามในกลุ่มของเขาไว้เป็นหลักยึด นี่คือมิติทางคุณธรรมที่เป็นเสมือนอุดมการณ์ของกลุ่มคนที่ปัจจุบันนั้นหาได้ยาก มีแต่อำนาจเงินเข้าครอบงำทุกซอกทุกมุม การทำคุณงามความดีจึงไม่ใช่อุดมการณ์หลักของสังคมโลกในปัจจุบัน

โลกปัจจุบันมองแยกส่วนมากกว่ามององค์รวม มนุษย์จากเดิมที่เป็นความสอดคล้องลงตัวพลังชีวิตที่ธรรมชาติประทานให้ด้วยการไหลเวียนของธาตุดินน้ำลมไฟที่สมดุล ได้ถูกลดทอนคุณค่าลงเหลือเพียงการรวมกันของโปรตีนและเซลจำนวนมากไป ป่าไม้ที่ปกคลุมโลกนี้อย่างสมบูรณ์เป็นระบบนิเวศน์ที่ซับซ้อนถูกมองค่าเป็นเพียงต้นไม้ที่มาอยู่รวมกัน ไม่เห็นหนอน ไม่เห็นแมลง ไม่เห็นพลังแห่งการอุ้มน้ำ ไม่เห็นคุณค่าต่อการสร้างออกซิเจน เห็นเพียงเนื้อไม้ที่จะมาใช้ประโยชน์ ขายได้เงินได้ทองกอบโกยมาเป็นของตน ไม่ใช่ของส่วนรวม แยกตนเองออกจากโลก รั้วบ้านรั้วหน่วยราชการทุกวันนี้จึงสูงขึ้นทุกครั้งที่สร้างใหม่ วิชาชีพด้านสุขภาพเองก็ถูกหล่อหลอมจากแนวคิดแยกส่วนนี้อย่างหนัก จนในปัจจุบันสนใจรักษาอวัยวะมากกว่ารักษาคน สนใจรักษามะเร็งในตับ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการร่วมผลักดันให้สังคมไทยลดการบริโภคสุราเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ทั้งสองปัญหานี้เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น เพียงแต่อยู่คนละด้านของเหรียญเท่านั้น

โลกปัจจุบันให้ความสำคัญกับวัตถุมากกว่าจิตใจ ในสมัยโบราณ สังคมแม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกน้อย มีวิทยาการทางการแพทย์ที่ล้าหลัง ป่วยแล้วก็ไม่มียาที่พร้อมใช้ ไม่มีบัตรทอง ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีเครื่องเอ็กซ์เรย์ตรวจเลือดสารพัด เจ็บป่วยก็มีเพียงหมอพื้นบ้าน ที่อาจไม่เก่งที่สุดแต่ก็เป็นหมอคนเดียวของหมู่บ้าน พอญาติของผู้ป่วยไปตามก็รีบมาดูแลถึงบ้าน หากป่วยหนักก็อาจอยู่ดูแลทั้งคืนเหมือนหมอปัจจุบันอยู่เวรโดยไม่มีการเรียกค่ารักษา มีเพียงยาหม้อที่ญาติพี่น้องช่วยกันเข้าป่าไปหายามาต้ม มีน้ำมนต์จากหลวงพ่อที่ทุกคนเคารพศรัทธา มีการสวดขออโหสิกรรมจากเจ้ากรรมนายเวรผีสางนางไม้ที่ได้ล่วงเกินไป และมีญาติมิตรเพื่อนฝูงห้อมล้อมสลับสับเปลี่ยนมาเยี่ยมให้กำลังใจ ณ วันนั้นการแพทย์ในมิติด้านวัตถุล้าหลังมาก แต่มิติด้านจิตวิญญาณนั้นกลับสูงส่งยิ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับในปัจจุบัน

โลกปัจจุบันเชิดชูความเป็นปัจเจกแทนที่ความเป็นชุมชน ก่อนที่ประเทศไทยจะพัฒนาสู่ความทันสมัย ก่อนที่จะมีการออกโฉนดที่ดิน สิทธิของปัจเจกบุคคลนั้นมีน้อยมาก และจะถูกครอบด้วยสิทธิชุมชนที่ใหญ่กว่า เป็นกฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกันของสังคม ในอดีตสิทธิส่วนบุคคลในการมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนแต่งงานหรือคนที่ไม่ใช่สามีภรรยากันนั้นไม่มี ใครผิดผีผิดกติกาของชุมชนจะได้รับการลงโทษ อาจถูกขับออกไปจากชุมชน แต่ปัจจุบันสิทธิเสรีภาพของปัจเจกนั้นยิ่งใหญ่ มากจนเกินพอดี จะตัดต้นไม้ใหญ่พันปีในที่ดินของตนเองก็ได้เป็นสิทธิส่วนบุคคล เรียนจบแพทย์มาจะไม่ไปใช้ทุนแม้ว่าโรงพยาบาลนั้นจะไม่มีหมอเลยก็ได้เป็นสิทธิส่วนบุคคล หรือจะครอบครองที่ดินนับแสนไร่โดยไม่เพาะปลูกในขณะที่คนอีกนับหมื่นไม่มีที่ดินทำกินก็ได้เป็นสิทธิส่วนบุคคล แนวคิดเรื่องเป็นสิทธิส่วนบุคคลนี้เมื่อไปสอดรับกับกระแสการสร้างเนื้อสร้างตัวให้มีฐานะดี ร่ำรวยในสังคมแล้ว อุดมคติก็ย่อมจะชิดซ้ายตกขอบไป

โลกปัจจุบันที่มีเงินคือคำตอบของชีวิต เน้นความเจริญทางวัตถุ เน้นสิทธิแห่งปัจเจกบุคคลจนเกินพอดี และมีมุมมองแบบแยกส่วนเป็นกระบวนทัศน์หลัก ทำให้ในทุกวันนี้ ความเป็นอุดมคติจึงเกิดงอกงามในตัวตนของผู้คนได้ยากกว่าในอดีต คนไม่ว่ารุ่น 40 หรือ 30 ในวันนี้ต้องฝ่าฟันความสับสนบนเส้นทางของการแสวงหาอย่างมุ่งมั่นจริงๆ จึงพอที่จะก้าวข้ามกระแสหลักมาสู่ชีวิตในกระแสทางเลือกที่งดงามกว่าได้ ชีวิตที่มุ่งอุทิศตนเพื่อความดีงาม รับใช้สังคมแทนการรับใช้เงินตรา ให้ความสำคัญกับมิติด้านจิตวิญญาณไม่น้อยกว่าด้านวัตถุ มีมิติการคิดการมองอย่างบูรณาการเป็นองค์รวมไม่แยกส่วน

เพราะอุดมคติ คือ องค์รวมของชีวิต ตัวตนแบบนี้จึงไม่แปลกที่คนรุ่นหลังๆจะมีน้อยทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ แต่การผ่าเหล่าเป็นธรรมชาติเสมอในวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต จึงไม่แปลกอีกเช่นกันที่คนที่มีอุดมคตินั้นจะยังสืบสานสายธารแห่งความดีงามอยู่เสมอ แม้จะหนึ่งหรือสองคนก็ตามที

แพทยศาสตร์ศึกษา ที่ยังไปไม่ถึงซึ่งอุดมการณ์

ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในชนบทเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งที่ฉุดรั้งสภาวะสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนชนบท และดูเหมือนว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น คำตอบได้มารวมศูนย์อยู่ที่การรับนักเรียนที่มีภูมิลำเนาในชนบทมาเรียนแพทย์ ด้วยความหวังว่าจะกลับไปรับใช้พัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองต่อไป กรอบความคิดนี้โดยทฤษฎีนั้นสวยงามและพอจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ในความเป็นจริงนั้น การจะอยู่ในชนบทหรือโรงพยาบาลชุมชนได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนนั้น มีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องมากกว่าภูมิลำเนาบ้านเกิดอีกหลายปัจจัย ซึ่งล้วนมีอิทธิพลสูงและมีพลังมากพอที่จะทำให้เขาเลือกเดินบนเส้นทางที่น่าสนใจกว่า

ทำไมหมอต้องมีอุดมการณ์ อุดมคติของการทำงานเพื่อคนทุกข์คนยากของวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเฉพาะแพทย์นั้นหายไปไหน คำถามลักษณะนี้ในวันนี้อาจไม่มีใครถามหรือหาคำตอบอีกต่อไป

โรงเรียนแพทย์ในปัจจุบันมีการเรียนการสอนรูปแบบหลักไม่ต่างจากกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมผลิตปลากระป๋อง ที่มีนักเรียนแพทย์วางมาตามสายพานแล้วใส่ส่วนผสมตามสูตรจนพอเหมาะปิดฉลากด้วยใบประกอบโรคศิลป์แล้วส่งออกไปสู่ท้องตลาดได้ ที่สำคัญส่วนผสมที่ปรุงรสนั้นไม่เข้มพอที่จะทำให้เป็นแพทย์ที่มีอุดมคติได้ ผลผลิตที่ออกมาจึงมีลักษณะคล้ายกันคือ ไม่สู้งานหนัก ชอบงานเบาแต่เงินดี ไม่ใส่ใจปัญหาสังคมขอมีโลกแคบๆ ที่ทำหน้าที่รักษาโรคก็พอ ไม่รู้จักเรียนรู้ด้วยตนเองเพราะถูกฝึกให้เรียนแบบยัดเหยียดมาตลอด 6 ปี และอยากเป็นแพทย์เฉพาะทางไม่เห็นคุณค่าการทำงานในฐานะแพทย์ทั่วไป และไม่เห็นคุณค่าของวิชาชีพอื่น ไม่คิดจะออกไปทำงานในชนบท หวังจะสร้างเนื้อสร้างตัวในสังคมเมือง

ในขณะที่ทุกวันนี้ สังคมต้องการแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถมากกว่าความรู้ด้านการรักษาโรคเท่านั้น ต้องการแพทย์ที่สามารถมองในมุมด้านสังคมศาสตร์ มีมิติการมองเชิงระบบ (systemic thinking) ไม่คิดแยกส่วน ลดทอนปัญหาสุขภาพให้เหลือเพียงปัญหาเรื่องโรคต่างๆ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนั้น โรคภัยในปัจจุบันนั้นมีความเชื่อมต่อกับปัญหาสังคมอย่างชัดเจน ไม่ว่าเรื่องเอดส์ เบาหวานความดัน อุบัติเหตุ มะเร็ง หรือแม้แต่การทำแท้งและการทำร้ายร่างกาย สังคมไทยต้องการแพทย์ที่ทำงานเป็นทีมกับผู้อื่นได้ ไม่เฉพาะวิชาชีพด้านสุขภาพ แต่รวมถึงการทำงานร่วมกับชาวบ้าน ร่วมกับกรรมกร ร่วมกับครู ร่วมกับนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อปฏิรูปกลไกต่างๆให้หนุนเสริมการสร้างสุขภาวะในสังคม

ซึ่งแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นจากกระบวนผลิตแพทย์กระป๋องยี่ห้อเวชกรรมกระบวนเดียว ต้องมีกระบวนการอื่นหนุนเสริมอีกมากจึงจะได้แพทย์ที่สังคมต้องการ

โรงพยาบาลชุมชนคือโรงหล่ออุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่

หลายคนบอกว่า “ขอเพียงมีแพทย์ที่ดีสัก 1 คน ไปอยู่ในที่ที่มีความเหมาะสม เปรียบเสมือนเมล็ดโพธิ์ที่แข็งแรงได้ไปตกอยู่ในดินที่อุดม ย่อมเติบใหญ่แตกกิ่งก้านจนเป็นต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งโล่งในที่สุด ให้สรรพสัตว์ได้อาศัย เอื้ออำนวยให้นกกาหนอนแมลงได้ทำหน้าที่ตามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์มา ผลผลิตของต้นไม้ก็จะยังความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนดินแห่งนั้นยิ่งขึ้นไป”

โรงพยาบาลชุมชนเป็นเสมือนดินที่ดีที่สุดในบรรดาดินทั้งหมดที่เมล็ดโพธิ์หรือแพทย์คนหนึ่งจะไปตั้งต้นชีวิตของความเป็นแพทย์ในอุดมคติได้ เพราะเป็นดินที่มีความพร้อม มีระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นไม่แข็งตัวเหมือนกับกระถางต้นไม้จนยากต่อการเติบโต ไม่มีวัชพืชมากนักที่คอยบั่นทอนกำลังใจกำลังกายในการทำงาน เมื่อฝนฟ้าอำนวย ได้ทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ได้วางกลไกระบบงานภายในอย่างเป็นอิสระตามปัจจัยในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน ได้พัฒนาตนเองจากการฟังการเห็นและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกรูปแบบ รวมทั้งการรับรู้ถึงความรู้สึกที่ดีๆ และปิติจากคำขอบคุณด้วยรอยยิ้มจากคนยากไร้ที่เราได้ช่วยเหลือ ด้วยกล้วยด้วยส้มที่ด้อยราคาแต่มากคุณค่าทางจิตใจ ด้วยสาดเสื่อที่ปูให้เราได้นั่งในยามที่ไปเยี่ยมบ้าน สิ่งเหล่านี้ความรู้สึกที่ดีงามในโรงพยาบาลชุมชนที่เป็นเสมือนโรงหล่อหลอมอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่

ในสังคมไทยยังให้ความสำคัญกับแพทย์สูงมาก ยิ่งในโรงพยาบาลชุมชนด้วยแล้ว หากมีแพทย์ที่ดีสักคนหนึ่งเข้าไปทำงาน ดูแลคนไข้ด้วยความใส่ใจ มีมิติการมองที่กว้างไกลกว่าปัญหาทางกาย แต่เข้าถึงบริบททางจิตสังคมของผู้ป่วยและครอบครัวด้วย มีศิลป์ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีวิชาการที่แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ บริหารอย่างโปร่งใสไม่มีเส้นสายนอกใน มีฉันทะที่จะอยู่ยาวหลายปี ศรัทธาของทั้งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะตามมา โรงพยาบาลชุมชนแห่งนั้นจะเปลี่ยนสถานะจากเดิมในเวลา 5 ปี การพัฒนาจะเกิดขึ้นอย่างหลากหลาย สีสันแห่งการทำงานอย่างมีชีวิตชีวาและมิติความเป็นโรงพยาบาลที่มากกว่าการเป็นโรงซ่อมสุขภาพจะเกิดขึ้น แต่กว่าจะอยู่ตัวและรักษาระดับการพัฒนาได้ ย่อมต้องใช้เวลาร่วม 10 ปี ต้นโพธิ์ต้นนี้จึงเติบใหญ่แข็งแรง

อุดมคติไม่ได้มีมาแต่แรกเกิด อุดมคติต้องการหล่อหลอมจนเกิดการเปลี่ยนแปลงตัวตนของคนๆ นั้น และหากไม่ได้รับการกระตุ้นเตือนเติมพลังอยู่เสมอๆ อุดมคติที่เคยเข้มข้นนั้นก็อาจจะเจือจางลงไป

แต่ว่าในสภาพสังคมทุกวันนี้ ตัวตนของบุคคลในหลากหลายวิชาชีพที่ได้เข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลชุมชนนั้น ได้รับการหล่อหลอมจากมหาวิทยาลัยและสังคมภายนอกมาแล้วอย่างแข็งตัว หลายคนยากที่จะปรับตัวได้กับอุดมคติในการทำงานเพื่อคนชนบทผู้ด้อยโอกาสอย่างที่ควรจะเป็นในโรงพยาบาลชุมชน เมื่อขาดความยืดหยุ่นและมีความยึดมั่นถือมั่นสูง ในที่สุดก็ไม่สามารถอยู่ในโรงพยาบาลชุมชนได้อย่างมีความสุข

ในปัจจุบันนี้ จึงมีบุคลากรไม่มากนักที่ทำงานในโรงพยาบาลด้วยจิตใจที่พร้อมปรับตัวและเรียนรู้ การทำงานและกาลเวลาจะหล่อหลอมตัวตนของเขาขึ้นมาใหม่ ชีวิตจะถูกปรับไปสู่ความลงตัวของชีวิตครอบครัว หน้าที่การงานและมิติความสัมพันธ์ทางสังคม เป็นผลผลิตทางอุดมการณ์อีกหนึ่งคนที่ผลิบานทดแทนต้นเก่า แม้จะนานวันจะงอกงามผลิบานสักต้นหนึ่ง แต่ผลผลิตทางอุดมการณ์เหล่านี้ก็ยังมีตัวตนไม่ขาดสายเสมอมา

คนเล็กๆคือความหวังในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

“คนเล็กๆ และโรงพยาบาลเล็กๆคือพลังสร้างสรรค์สังคมไทยที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน” บทเรียนจาก 6 โรงพยาบาลชุมชนนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโรงพยาบาลชุมชนคือพลังที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนชนบท

หากแพทย์ทุกคนรวมทั้งวิชาชีพทางสุขภาพทุกวิชาชีพ ไม่ว่าทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล หรือสหเวชศาสตร์นั้น ได้ค้นหาตนเองและนำความสามารถความรู้ที่ตนเองมีอยู่ นำออกมาปรับใช้กับงานประจำที่ทำอยู่ พัฒนาระบบขึ้นให้ดีกว่าเดิม โดยคำนึงถึงความเป็นจริงในพื้นที่ เข้าใจในวัฒนธรรมคนชนบทแล้ว นี่ย่อมเป็นการพัฒนาชนบทที่ยิ่งใหญ่ ที่พัฒนามาจากฐานรากอย่างแท้จริง ไม่ใช่การพัฒนาแบบผู้ใหญ่สั่งมาจากห้องแอร์ในกรุงเทพ ซึ่งยากที่จะยั่งยืน

สังคมไทยโดยเฉพาะในชนบทยังต้องการคนที่มีสำนึกสาธารณะ ซึ่งหมายถึงการที่บุคคลคนนั้นมีจิตใจที่มองกว้าง และพร้อมเข้าไปเติม ไปเสริม ไปร่วม ไปเชื่อม หรือผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อสังคมที่กำลังเป็นไป (สังคมหรือชุมชนเล็กๆที่เรามีส่วนอยู่ก็ได้) แม้จะไม่ใช่เนื้อหาหลักของการงานอาชีพที่ทำอยู่ก็ตามที

ทุกสังคมต้องการคนที่มีจิตสำนึกสาธารณะออกไปอยู่กระจัดกระจายในทุกภาคส่วนให้มากที่สุด ด้วยความหวังว่า คนกลุ่มนี้จะเป็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงสังคมไทยจากสองมือที่สร้างการเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มที่สิ่งใกล้ตัว อาจเริ่มที่โรงพยาบาลชุมชนนั้นๆ ด้วยการสร้างระบบงานภายในที่ดี แล้วขยายออกมาสู่การดูแลประชาชนในอำเภอให้มีสุขภาวะที่แข็งแรงรอบด้าน และนำมาสู่การผลักดันเชิงนโยบายในบางประเด็น หรือผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนเชิงระบบในสังคมในระยะยาว

การทำงานในโรงพยาบาลชุมชนนั้นเป็นอะไรที่อิสระมาก จึงเป็นจุดที่สามารถปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์และพลังทางวิชาการได้ดีที่สุด ยิ่งถ้าคนที่มาอยู่มาทำงานสามารถจัดการกับชีวิตได้ รู้จักการทำงานเป็นทีม รู้จักเรียนรู้สภาพความเป็นจริงในพื้นที่แล้วนำมาปรับใช้กับความรู้ในตำราที่ร่ำเรียนมา ไม่สับสนคิดจะย้ายในเร็ววันแล้ว จะสามารถนำความรู้ที่มีเต็มสมองมาใช้ได้อย่างมีชีวิตชีวา และมีความสุขกับการได้ทำประโยชน์ให้กับเพื่อนมนุษย์

“เธอคือความหวัง คือ พลังของประชา เป็นดาราชี้นำทางสดใส เป็นอาทิตย์ส่องแสงทั่วแดนไทย เป็นดวงใจประจำผู้ทุกข์ทน” บทเพลงแห่งเดือนตุลานี้เคยดังกังวานในจิตใจของนักแสวงหานักอุดมคติในอดีต วันนี้คนรุ่นใหม่คงต้องฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนาม เป็นแสงหิ่งห้อยในความมืด เป็นแสงเทียนแห่งความหวัง เพื่อสานต่ออุดมคติที่ยังมีตัวตนของรุ่นพี่ๆให้ได้ดังตั้งใจ

การสร้างสังคมเล็กๆ ให้ดีพร้อมจากระดับรากหญ้าเท่านั้นที่จะสร้างสังคมใหญ่ระดับชาติที่อยู่เย็นเป็นสุขได้ เกิดมาครั้งหนึ่งในโลกนี้ ขอให้ประวัติศาสตร์ในสังคมเล็กๆได้จารึกไว้ว่า ด้วยหนึ่งสมองสองมือนี้ มีส่วนทำให้ชุมชนเล็กๆที่เราใช้ชีวิตอยู่นั้นยั่งยืนและงดงาม ดังเช่นพี่ๆ ใน 6 โรงพยาบาลชุมชน ที่ได้เดินเป็นแบบอย่างไว้ เพื่อร่วมในกระแสการสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมที่ดีงามว่า “อุดมคติยังมีตัวตนเสมอในสังคมโลก”

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

แสดงความคิดเห็น

« 4449
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

เมนูหลัก

มุมสมาชิก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน

แนะนำหนังสือ

The Doctor Communication HandbookThe Doctor Communication Handbook
เว็บไซท์นี้ออกแบบและทดสอบด้วยไฟร์ฟอกซ์!