Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

การจัดการศึกษาและปรึกษาทางไกล
เพื่อสนับสนุนบริการเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการสุขภาพปฐมภูมิ
Distance Learning for Family Medicine and Primary Care

Select language ไทย | English

สถานการณ์สุขภาพ

การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (Health Impact Assessment)

by Admin @January,11 2011 23.11 ( IP : 61...130 ) | Tags : สถานการณ์สุขภาพ

การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (Health Impact Assessment)

นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

ลงเผยแพร่ในวารสารโรงพยาบาลชุมชน ฉบับกรกฎาคม-สิงหาคม 2546 ในคอลัมน์เรื่องเด่นประจำฉบับ

ในช่วงสองสามปีนี้ มีข่าวคราวความขัดแย้งระดับประเทศอันเนื่องมาจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาลอยู่หลายโครงการ จนบางโครงการขัดแย้งถึงขั้นเลือดตกยางออก ซึ่งสาเหตุหลักของความขัดแย้งนั้นก็มักเกิดจากกระแสความคิด 2 ทัศนะที่อยู่คนละด้านกันคือ การพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยและการส่งออกที่คนส่วนน้อยต้องเป็นผู้เสียสละเพื่อคนส่วนใหญ่ กับ สิทธิชุมชนในการดำเนินชีวิตอย่างสุขสงบ มีสุขภาวะที่ดี บนฐานทรัพยากรในท้องถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ และวัฒนธรรมชุมชนที่อบอุ่น ถึงแม้จะมีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม กระบวนการทำประชาพิจารณ์ แต่ทั้งหมดนี้ก็ ยังไม่สามารถตอบคำถามเพื่อการลดปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้

การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ คืออะไร

การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ หรือตรงกับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Health Impact Assessment หรือ HIA นั้นเป็นศัพท์คำใหม่สำหรับสังคมไทย และยังเป็นศัพท์ที่ค่อนข้างใหม่สำหรับมนุษยชาติที่เพิ่งได้รับการให้ความสำคัญเมื่อไม่นานมานี้เอง และเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของ “ นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ” ซึ่งเริ่มเป็นหัวข้อที่วงการสาธารณสุขเริ่มให้ความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการสร้างสุขภาพตามกระแส “ สร้างนำซ่อม ”

HIA. ในความหมายที่ชัดเจนนั้นหมายถึง “กระบวนการและวิธีการในการประมาณการผลกระทบของการกระทำการใดการกระทำหนึ่งที่มีต่อสุขภาพของประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ระดับโครงการ แผนงาน หรือนโยบายด้วย โดยการประเมินต้องครอบคลุมถึงผลกระทบทางสุขภาพในทุกมิติ”

ซึ่งถ้าเป็นไปตามความหมายข้างต้นแล้วก็แปลว่า นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ก็สามารถนำมาประเมินผลกระทบของประชาชนต่อสุขภาพได้ หรือที่เห็นกันชัดๆ ก็เช่นการประเมินผลกระทบจากโครงการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่นครนายก หรือแม้แต่การขายแปรรูปโรงงานยาสูบให้แก่เอกชนก็จะต้องทำ HIA. ด้วย เพราะอาจส่งผลให้คนอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น

เมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งเริ่มมีการนำเสนอแนวคิดของการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพ หรือ HIA ขึ้นมาในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม มีความพยายามที่จะบรรจุแนวคิดนี้ไว้ในร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติด้วย มีคณะทำงานขึ้นมาศึกษาความเป็นได้ในการสร้างกระแสและผลักดันแนวคิดของ HIA.ให้สาธารณชนยอมรับ ซึ่งถือเป็นอีกความก้าวหน้าของสังคมไทยและการสร้างสุขภาพที่น่าจับตามอง

ที่มาของ HIA

การประเมินผลกระทบทางสุขภาพนั้นมีการพัฒนามาจาก 2 แนวทาง

  1. แนวทางแรกนั้นมีการพัฒนา HIA ขึ้นมาจากการปะเมินผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยเห็นว่า EIA นั้นแม้จะมีประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพอยู่ด้วย แต่ยังเป็นเพียงส่วนเล็กๆ และกรอบการพิจารณาที่ไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงมีพัฒนาการประเมินผลกระทบทางสุขภาพให้ชัดเจนขึ้นมา แนวทางนี้ได้รับการพัฒนามาจากประเทศแคนาดา และ นิวซีแลนด์

  2. แนวทางที่ 2 นั้นมีการพัฒนา HIA ขึ้นมาจากแนวคิดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ เพื่อเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายหรือแผนงานโครงการของรัฐบาลหรือองค์กรท้องถิ่น ดังนั้น ด้วยแนวทางนี้จึงมีการทำ HIA ที่แยกออกมาจาก EIA แนวทางนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในประเทศอังกฤษและเนเธอร์แลนด์

สำหรับประเทศไทยนั้น แนวคิด HIA ได้เกิดขึ้นจากเจตจำนงในการปฏิรูประบบสุขภาพ การพัฒนา HIA ในประเทศไทยจึงเป็นไปตามแนวทางที่ 2 หรือ การพัฒนาจากแนวคิดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ และแน่นอนว่าสำหรับประเทศไทยแล้วย่อมเป็นการยากที่จะสามารถพัฒนา HIA มาจากแนวทางการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เพราะโดยตัวของ EIA นั้นก็ยังมีประเด็นที่ยังไม่ได้รับการยอมรับและยังมีการตั้งคำถามอย่างมากต่อในวิธีการ กรอบการศึกษา และกระบวนการศึกษาของ EIA เอง

ฐานคิดสำคัญของ HIA

หากมองผ่านๆ HIA. ก็ตรงไปตรงมาว่า คือการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพ ซึ่งก็ไม่น่าจะทำได้ยาก หาผู้เชี่ยวชาญมากลุ่มหนึ่ง พร้อมงบประมาณในการศึกษาวิจัย ลงศึกษาผลกระทบในชุมชน แล้วนำเสนอเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อผู้มีอำนาจ ซึ่งก็แล้วแต่ผู้มีอำนาจจะตัดสินใจอย่างไร เช่นนี้แล้ว HIA ก็คงไม่ต่างจาก EIA ในปัจจุบันที่มีฐานะเหมือนกองกระดาษที่เย็บเล่มมากกว่าการเป็นเครื่องมือทางสังคมในการสร้างองค์ความรู้ เสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน และลดความขัดแย้งอันเนื่องมาจากผลประโยชน์ที่ไม่ตรงกัน

ดังนั้นหลักการที่สำคัญข้อหนึ่งของ HIA. ที่แตกต่างจาก EIA. ก็คือ HIA. ไม่ใช่กระบวนการขออนุมัติในการดำเนินในระดับโครงการเช่นเดียวกับ EIA. แต่ HIA. เป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการการเรียนรู้ เพื่อประกอบการตัดสินใจในทุกระดับ คือทั้งในระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐบาล แปลว่าไม่ใช่รัฐบาลเท่านั้นเป็นผู้ตัดสินใจเหมือนกรณี EIA. เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วการยอมรับในผลการตัดสินใจนั้นก็ย่อมมีปัญหาระแวงได้ง่าย และอาจเกิดการประท้วงไม่ยอมรับผลการศึกษาตามมาได้ ประเภทที่ว่า “หากเปลี่ยนให้เอาความเสี่ยงมาผ่านหัวกระไดบ้านคุณบ้าง คุณจะเอาไหม”แต่ถ้าเป็นกระบวนการตัดสินใจในทุกระดับอย่างร่วมกับรับรู้ ร่วมกันศึกษา และร่วมกันตัดสินใจ หาทางออกอย่างมีส่วนร่วมแล้ว คำตอบก็ย่อมเป็นที่ยอมรับได้มากกว่า ชาวบ้านนั้นมีเหตุมีผลหากรัฐบาลมีเหตุมีผลด้วย แล้วความขัดแย้งแบบท่อก๊าซ หินกรูด-บ่อนอก ท่อก๊าซจะนะ เหมืองโปแตสอุดร ก็คงไม่เกิด

ตัวอย่างกรณีศึกษาที่ควรทำ HIA ในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย ในภาวะของการเร่งพัฒนาประเทศที่มีการพัฒนาอย่างไม่ลืมหูลืมตามาตลอด 40 ปีตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ในปี 2504 และยังเร่งรัดพัฒนาในทิศทางเน้นหนักอุตสาหกรรม ไล่ให้ทันตะวันตกนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของคนไทยอย่างมาก โดยเฉพาะคนไทยในชนบทที่เป็นผู้เสียสละมาตลอดทุกยุคทุกสมัย

กรณีท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่ถึงขนาดมีการสลายม็อบจนมีการบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและมีบาดแผลในจิตใจจากคนตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วยังถูกอำนาจรัฐรังแก การคัดค้านเพื่อปกป้องชุมชน วิถีวัฒนธรรมมุสลิม และทรัพยากรธรรมชาติให้รอดพ้นจากนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่นับหมื่นไร่ที่กำลังจะตามมา

กรณีการเรียกร้องให้มีการเปิดประตูเขื่อนปากมูลทั้ง 8 บาน เพื่อฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติแห่งแม่น้ำมูลที่จังหวัดอุบลราชธานีซึ่งถูกปิดลงไปนาน 10 ปี การเลือกระหว่างไฟฟ้าเพื่อคนเมือง หรือปูปลาเพื่อเป็นอาหารสำหรับคนชนบทตลอดลำน้ำแม่มูล

กรณีบ่อกำจัดขยะราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้สุขภาพที่ย่ำแย่ของชุมชนรอบบ่อขยะ เพราะบริษัทได้รับจ้างสภากรุงเทพมหานครกำจัดขยะถึงวันละ 1,500 ตัน และความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นที่แกนนำการคัดค้านถูกยิงเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบลึกถึงระดับสุขภาวะทางจิตวิญญาณของผู้คนที่นั่น

กรณีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนส้มในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานีที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษจากโรงไฟฟ้าวังน้อย จนต้นส้มเสียหาย สวนส้มขาดทุน ส่งผลกระทบกับคนทั้งตำบลให้มีฐานะแย่ลง และแน่นอนว่าเมื่อฐานะไม่ดี ย่อมส่งผลต่อสุขภาพอย่างแน่นอน

กรณีเก่าแก่อย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ที่ชาวบ้าน 8 หมู่บ้านได้รวมตัวจัดทอดผ้าป่าตั้งกองทุนสุขภาพ และได้ซื้ออุปกรณ์ช่วยการหายใจไว้ในชุมชน เพราะแม้มีบัตรทองที่รักษาฟรี แต่การที่ไปทำงานไม่ได้ รายได้ที่ขาดหายไป คนแก่ที่อ่อนแอจนเป็นภาระแก่ชุมชน ใครจะช่วยบรรเทาความทุกข์นี้ที่ยาวนาน

กรณีชาวมาบตาพุด จังหวัดระยอง ได้คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะถมทะเลสร้างในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดขึ้นมาอีกโรง เพราะจะทำให้ปัญหามลพิษที่หนักอยู่แล้ว สาหัสขึ้นอีก

กรณีการคัดค้านการทำเหมืองแร่โปแตสในอำเภอกุมภวาปีและอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งให้บริษัทข้ามชาติมาทำเหมืองแร่ใต้ดิน ซึ่งย่อมส่งผลต่อน้ำใต้ดินและน้ำผิวดิน ความแห้งแล้งที่จะตามมา ความเค็มจากเกลือที่ตกค้าง ชีวิตชาวนาชาวสวนที่พึ่งพาน้ำจืดกับเหมืองเกลือจะไปด้วยกันได้อย่างไร

กรณีที่ชาวอำเภอเชียงของและเชียงแสน จังหวัดเชียงราย คัดค้านการระเบิดแก่งหินในแม่น้ำโขง เพื่อเป็นเส้นทางเดินเรือ แต่จะทำให้แหล่งที่อยู่เพาะฟักตัวอ่อนของปลาหมดไป ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายระบบนิเวศน์และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเกื้อกูลกับธรรมชาติ

กรณีที่รัฐบาลจะออกร่างพระราชบัญญัติยา ซึ่งแยกผู้ให้การรักษา คือ แพทย์ และผู้จ่ายยา คือเภสัชกรออกอย่างชัดเจน และอาจส่งผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อประชาชน

กรณีนโยบายการอนุญาตให้เปิดสถานบริการบันเทิงยามราตรีถึงตี 2 การโฆษณาและส่งเสริมการขายเหล้า เบียร์ ปัญหาอุบัติเหตุเมาแล้วขับ การทำร้ายร่างกาย การมอมเมาเยาวชน ปัญหายาเสพติด ควรมีข้อเสนอทางนโยบายเพื่อสุขภาพอย่างไร

การแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทำแท้งได้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจต้องศึกษาทั้งกรณีที่มีการแก้ไขหรือไม่มีการแก้ไขกฎหมายแล้วได้นำมาสู่ขนาดปัญหาการทำแท้งและ ผลกระทบทางสุขภาพเพียงไร

กรณีแนวคิดการเปิดบ่อนการพนันเสรีในประเทศไทย ในมุมหนึ่งเพื่อลดการไหลออกของเงินตราและเก็บภาษีได้มากขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งด้านสุขภาพจะเป็นอย่างไร

ความเป็นไปได้และอุปสรรค

ความยากลำบากของการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในสังคมไทยนั้นมีความยากทั้งใน 2 ระดับกล่าวคือ

  1. ระดับนโยบาย ซึ่งเชื่อว่าการที่ร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติได้กำหนดเรื่อง HIA. เป็นหนึ่งในการปฏิรูประบบสุขภาพนั้น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คลอดยาก รัฐบาลที่พูดว่าจะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นเสมือนการหาเสียงเรียกคะแนน แต่ไม่เอาจริง เพราะยังมองผลประโยชน์ของภาครัฐเป็นตัวตั้งมากกว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และที่สำคัญนโยบายหรือโครงการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนนั้นส่วนใหญ่เป็นโครงการของภาครัฐทั้งสิ้น

    และในอนาคตเมื่อไม่อาจทัดทานกระแสการปฏิรูประบบสุขภาพได้ ก็อาจมีการแปรญัตติจนสาระสำคัญในร่างพระราชบัญญัติผิดเพี้ยนไปจากฉบับเดิม ทั้งๆ ที่สาระนั้นได้มาจากการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการร่วมกันร่างจากภาคประชาชน

    หากไม่มีตัวกฎหมายเพื่อเป็นกรอบบังคับให้ส่วนราชการและภาคเอกชนต้องมีการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพต่อโครงการหรือนโยบายที่มีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ถามว่า ใครจะเสียเวลามาทำการศึกษา ทั้งยังเกิดความยุ่งยากมากขึ้นอีกหลายเท่าจากการที่ต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน การศึกษาที่มีอยู่หรือจะเกิดขึ้นนั้นก็จะเป็นเพียงกระบวนการที่แยกส่วนโดยสิ้นเชิงกับกระบวนการตัดสินใจเพื่ออนุมัติโครงการ เช่นนี้แล้วย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งกับประชาชนจากการดำเนินโครงการหรือนโยบายได้

  2. ระดับการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพ ซึ่งต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ที่มองสุขภาพในมิติที่กว้างและครอบคลุมทั้งผลกระทบทางกาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ รวมทั้งต้องอาศัยกระบวนการที่มีศาสตร์และศิลป์ของการสร้างการมีส่วนร่วม การระดมพลังทางความคิดของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การเจรจาประนีประนอมด้วยเหตุและผล รวมทั้งการยกระดับฐานคิดของคู่กรณีให้ก้าวพ้นจากผลประโยชน์ส่วนตนไปสู่ผลประโยชน์ของสังคมโดยรวม ซึ่งองค์ความรู้และทักษะเชิงกระบวนการในลักษณะนี้นั้น ล้วนต้องการการเติมเต็มอีกมาก

โรงพยาบาลชุมชนกับ HIA.

โรงพยาบาลชุมชนถือว่าเป็นพื้นที่ของการทดลองและการวิจัยที่มีค่ายิ่ง โรงพยาบาลชุมชนมีความใกล้ชิดกับชุมชน มีศักยภาพทางวิชาการที่เป็นแหล่งความคิดความรู้ให้กับชุมชนได้ มีองค์กรที่เป็นอิสระในการสร้างสรรค์งานได้หลากหลายไม่ติดกรอบ ดังนั้นเพื่อนผองน้องพี่ชาวโรงพยาบาลชุมชนคนไหนที่มีแรงจะลองศึกษาผลกระทบทางสุขภาพจากโครงการแปลกๆ ในอำเภอของเราเอง อาจเป็นโครงการหรือโรงงานที่มีอยู่แล้วก็ได้ ด้วยความรู้เท่าที่เรามีอยู่ ประสานกับเครือข่ายผู้รู้หรือนักวิชาการอิสระในจังหวัด สร้างเวทีการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแสวงหาความจริงและประเมินผลกระทบ รวมทั้งการมองหาทางออกที่ควรจะเป็น ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์เหมือนงานวิจัยระดับปริญญาเอก ขอแค่ได้เริ่มต้นก็ยอดเยี่ยมน่านับถือในความกล้าหาญเอาจริงแล้ว เพราะองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้ลองศึกษา HIA นั้นเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด หากมีสัก 10 บทเรียน เชื่อได้แน่ว่า การสถาปนาแนวคิด HIA ให้สังคมยอมรับจะสัมฤทธิ์ผลง่ายขึ้นมิติทางสุขภาพที่กว้างขวางนั้นไม่ง่าย ลำพังการประเมินผลกระทบทางร่างกาย (physical) นั้นคงไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเสมอไปเช่นกรณีของ chronic low dose exposure การประเมินผลการทบทางจิตใจ (mental) นั้นละเอียดอ่อนและยากมากขึ้น นอกจากความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแล้ว ความสามารถในการปรับตัว หรือความสับสนในวิถีวัฒนธรรมก็สำคัญ การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพชุมชน หรือ social health นั้นยิ่งยาก เช่นการเข้ามาของโครงการนั้นจะนำมาสู่ความแตกแยกในชุมชนหรือไม่ เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของครอบครัว วิถีวัฒนธรรมจากการพัฒนาทำให้การพึ่งพาและเกื้อกูลในชุมชนลดลง การอพยพของแรงงานต่างถิ่นเข้ามา ความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนในการเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงเป็นต้น

และสุดท้าย คือมิติของสุขภาพทางจิตวิญญาณ หรือ spiritual health ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาในการพัฒนาตัวชี้วัดและทำความเข้าใจความหมายของมิติด้านนี้ การพัฒนาหรือโครงการบางอย่างอาจทำให้ผู้คนในชุมชนนั้นที่เคยยึดมั่นในคุณค่าของการเกื้อกูล การแบ่งปัน และศรัทธาต่อความดีงามและศาสนาเปลี่ยนไปก็ได้ ทำให้ชุมชนนั้นเปลี่ยนเป็นชุมชนที่เห็นแก่เงิน เห็นแก่ตัว ต่างคนต่างอยู่ คุณธรรมเปลี่ยนไป ทุกบ้านต้องติดลูกกรงเหล็กดัด ความรู้สึกถึงการเปลี่ยนชุมชนก็เสื่อมสลายลงไป คนด้อยโอกาสในชุมชนที่เดิมเคยได้รับการดูแลแม้ต่างคนต่างยากจนกลับถูกทอดทิ้ง สิ่งเหล่านี้คือผลพวงของการพัฒนาที่ส่งผลต่อสุขภาพทางจิตวิญญาณครับ

ตัวอย่างลักษณะนี้มีให้เห็นได้ไม่ยากในสังคมไทย ดังนั้นหากแต่ละโรงพยาบาลชุมชนได้ศึกษา หาความรู้ ทดลองความจริงของกระบวนการ HIA ในปัญหาใกล้ตัวแล้ว จะเป็นมิติใหม่ของการสาธารณสุขไทย

ชีวิตในโรงพยาบาลชุมชนมีเสรีภาพมากมายที่เราจะทำอะไรก็ได้ มีงานที่ท้าทายมากมายที่ไม่มีใครบุกเบิก มีโอกาสที่จะได้เรียนรู้เท่าที่จิตใจยังแสวงหา มีรสชาติในชีวิตที่เราเป็นผู้ลิขิตเอง แม้ว่างานบริการรับซ่อมสุขภาพทุกรูปแบบจะยังเป็นภาระที่หนักอึ้งเพราะปัญหาการขาดแคลนแพทย์หรือวิชาชีพอื่นๆ ในโรงพยาบาลชุมชนที่ยังไม่มีวี่แววที่จะแก้ไขได้โดยเร็ว แต่นี่ก็เป็นอุปสรรคที่ต้องผ่าฟัน ขอให้เพื่อนผองน้องพี่มีพลังและจิตวิญญาณของการแสวงหาร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีให้สังคมไทย โดยเฉพาะในประเด็นการผลักดันให้เกิดการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) เพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพในการลดและป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ต้นเหตุ

Comment #1ผลกระทบด้านสุขภาพเกี่ยวกับผู้สูงอายุฯ
นางสมใจ ด้วงพิบูลย์
Posted @December,09 2016 19.16 ip : 118...203

รูปแบบการประเมินผลกระทบทางด้านสุขภาพ

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

เมนูหลัก

มุมสมาชิก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน

แนะนำหนังสือ

The Doctor Communication HandbookThe Doctor Communication Handbook
เว็บไซท์นี้ออกแบบและทดสอบด้วยไฟร์ฟอกซ์!